ERP คืออะไร? ระบบ ERP ใน OpenERP Open Source และพัฒนาต่อมาเป็น Odoo

ERP คืออะไร? ERP หรือ Enterprise Resource Planning คือระบบสำหรับบริหารและเชื่อมโยงกระบวนการทำงานหลักขององค์กร เช่น งานขาย จัดซื้อ CRM คลังสินค้า บัญชี การผลิต การบริหารโครงการ และทรัพยากรบุคคล โดยข้อมูลจากแต่ละฝ่ายสามารถทำงานเชื่อมโยงกันภายในระบบเดียว
สำหรับผู้ที่ศึกษาระบบ ERP แบบ Open Source มาเป็นเวลานาน อาจคุ้นเคยกับชื่อ OpenERP ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบ ERP Open Source ที่เปิดให้องค์กรสามารถนำไปติดตั้ง เลือกใช้ Module และพัฒนาต่อยอดตามกระบวนการทำงานของตนเองได้
ต่อมา OpenERP ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Odoo เนื่องจากระบบไม่ได้จำกัดความสามารถอยู่เพียง ERP แต่ได้ขยายไปสู่ CRM, POS, Website, E-Commerce และ Business Application ประเภทอื่น
บทความนี้จึงอธิบายตั้งแต่พื้นฐานว่า ERP คืออะไร, OpenERP คืออะไร, จุดเด่นของ ERP Open Source, การเชื่อมต่อกับระบบอื่น รวมถึงพัฒนาการจาก OpenERP ไปสู่ Odoo และแนวทางการนำ Odoo / MDERP ไปใช้ในองค์กรในปัจจุบัน
- ERP คืออะไร?
- OpenERP คืออะไร?
- OpenERP มี Module อะไรบ้าง?
- จุดเด่นของระบบ ERP ใน OpenERP
- ERP Open Source มีข้อดีอย่างไร?
- เทคโนโลยีและโครงสร้างของ OpenERP
- การเชื่อม OpenERP กับระบบอื่น
- OpenERP เปลี่ยนชื่อเป็น Odoo เพราะอะไร?
- Odoo คืออะไร?
- Odoo Community และ Enterprise ต่างกันอย่างไร?
- Odoo มีระบบอะไรบ้าง?
- ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Odoo?
- Odoo Integration เชื่อมต่ออะไรได้บ้าง?
- MDERP คืออะไร?
- Odoo Service และบริการ MDERP ของ MDSoft
- เลือกผู้ให้บริการ ERP / Odoo อย่างไร?
- สรุป ERP, OpenERP, Odoo และ MDERP
ERP คืออะไร?
ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning หรือระบบวางแผนทรัพยากรขององค์กร เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ช่วยนำข้อมูล และกระบวนการทำงานจากหลายฝ่าย เข้ามาอยู่ในระบบเดียวกัน
ในองค์กรหนึ่งอาจประกอบด้วยหลายแผนก เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบริหาร
หากแต่ละฝ่ายใช้โปรแกรม หรือไฟล์ข้อมูลของตนเองแยกกัน มักเกิดปัญหาข้อมูลซ้ำ ข้อมูลไม่ตรงกัน หรือจำเป็นต้องส่งข้อมูลกันด้วยเอกสาร Email หรือ Spreadsheet
ERP จึงเข้ามาเป็นระบบกลาง สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้ ให้สามารถนำข้อมูลที่ถูกสร้างจากฝ่ายหนึ่ง ไปใช้ต่อในอีกฝ่ายหนึ่งได้
ตัวอย่างเช่น ฝ่ายขายสร้างคำสั่งขาย ระบบสามารถนำข้อมูลไปตรวจสอบ Stock สร้างรายการจัดส่ง และส่งข้อมูลต่อไปยังระบบบัญชีได้ โดยไม่จำเป็นต้องคีย์ข้อมูลรายการเดิมใหม่ทุกขั้นตอน
ข้อดีของ ERP จึงไม่ได้อยู่เพียงการมีโปรแกรมหลาย Module แต่คือการทำให้ข้อมูลและกระบวนการ เชื่อมต่อกันตั้งแต่ต้นจนจบ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ ERP ได้ที่ ระบบ ERP คืออะไร และช่วยบริหารธุรกิจอย่างไร
OpenERP คืออะไร?
OpenERP เป็นระบบ ERP แบบ Open Source ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยบริหารธุรกิจ โดยมีแนวคิดในการรวมระบบงานหลายส่วน ขององค์กรไว้ภายใน Platform เดียว
OpenERP มี Module ครอบคลุม งานขาย จัดซื้อ CRM Project Management การผลิต คลังสินค้า บัญชี และทรัพยากรบุคคล
หนึ่งในจุดเด่นของ OpenERP คือการเป็นระบบที่สามารถ นำไปพัฒนาต่อยอดได้ ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง อยู่เฉพาะ Feature ที่มากับระบบมาตรฐาน
หากธุรกิจมี Workflow หรือกระบวนการเฉพาะ สามารถพัฒนา Module เพิ่มเติม หรือปรับแต่งระบบ ให้เหมาะสมกับองค์กรได้
จุดนี้ทำให้ OpenERP แตกต่างจาก Software สำเร็จรูปบางประเภท ที่ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้เฉพาะ Feature ที่ผู้ผลิตกำหนดมาเท่านั้น
OpenERP มี Module อะไรบ้าง?
OpenERP ถูกออกแบบเป็นระบบแบบ Module หมายความว่าองค์กรสามารถ เลือกเปิดใช้เฉพาะระบบที่ต้องการก่อน และเพิ่ม Module อื่นในภายหลังได้
Sales
ใช้สำหรับบริหารงานขาย ตั้งแต่ข้อมูลลูกค้า ใบเสนอราคา คำสั่งขาย ราคา และเงื่อนไขการขาย
Purchase
ใช้สำหรับจัดการ Supplier การขอราคา การสร้าง Purchase Order และกระบวนการจัดซื้อ
CRM
ใช้บริหารข้อมูล Lead Opportunity การติดตามลูกค้า และกระบวนการขาย
Inventory / Warehouse
ใช้สำหรับบริหารสินค้า Stock ตำแหน่งจัดเก็บ การรับ การจ่าย และการเคลื่อนย้ายสินค้า
Manufacturing
รองรับการผลิต สูตรการผลิตหรือ BOM วัตถุดิบ และคำสั่งผลิต
Accounting
ใช้สำหรับบริหารข้อมูลทางบัญชี Invoice การรับ-จ่าย และรายการทางการเงิน ตามความสามารถของระบบ และ Module ที่ติดตั้ง
Project Management
ใช้ติดตามโครงการ งาน ผู้รับผิดชอบ และกิจกรรมภายใน Project
Human Resources
ใช้บริหารข้อมูลพนักงาน การลา เวลา และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ HR
โครงสร้างแบบ Module นี้ เป็นแนวคิดสำคัญที่ถูกพัฒนาต่อมา ใน Odoo เช่นเดียวกัน
จุดเด่นของระบบ ERP ใน OpenERP
1. ความยืดหยุ่น
OpenERP สามารถนำไปประยุกต์ใช้ กับธุรกิจหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจซื้อมาขายไป โรงงานผลิต ธุรกิจบริการ ธุรกิจให้เช่า หรือองค์กรที่มีกระบวนการเฉพาะ
องค์กรสามารถเริ่มจาก Module มาตรฐาน และปรับแต่งเพิ่มเติมภายหลัง ตามความต้องการจริง
2. รองรับการ Customize
เมื่อ Workflow ขององค์กร แตกต่างจากระบบมาตรฐาน นักพัฒนาสามารถสร้าง Module หรือปรับ Business Logic เพื่อให้ระบบรองรับ Requirement เพิ่มเติมได้
ตัวอย่างเช่น ระบบอนุมัติหลายระดับ รายงานเฉพาะ การควบคุมสิทธิ์ หรือกระบวนการคำนวณ ที่ไม่เหมือนธุรกิจทั่วไป
3. ข้อมูลแต่ละแผนกเชื่อมโยงกัน
เมื่อ Module อยู่บนระบบเดียวกัน ข้อมูลจากฝ่ายขาย สามารถส่งต่อไปยัง Stock การจัดส่ง และบัญชี โดยลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ
ข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน ยังช่วยให้ผู้บริหาร สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจ ได้ง่ายกว่าการใช้หลายระบบแยกกัน
4. รองรับการติดตั้ง Module เพิ่มเติม
ระบบสามารถเพิ่ม Module ตามความต้องการขององค์กร โดยไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน ทุกระบบตั้งแต่เริ่มต้น
ธุรกิจจึงสามารถเริ่มจาก Sales Purchase และ Inventory แล้วค่อยเพิ่ม Accounting Manufacturing CRM หรือระบบอื่น ตามการเติบโตขององค์กร
ERP Open Source มีข้อดีอย่างไร?
คำว่า Open Source ในบริบทของ ERP หมายถึงระบบที่เปิด Source Code ตามเงื่อนไข License ของแต่ละโครงการ ทำให้นักพัฒนา หรือองค์กรที่มีทีมเทคนิค สามารถศึกษา ปรับแต่ง และพัฒนาต่อยอดได้
ข้อดีคือองค์กร ไม่จำเป็นต้องพึ่งเฉพาะ Feature ที่ผู้ผลิตเตรียมมา หากกระบวนการทำงานแตกต่าง ก็สามารถสร้างระบบเพิ่มเติมได้
อย่างไรก็ตาม Open Source ไม่ได้หมายความว่า ค่าใช้จ่ายของโครงการ ERP จะเป็นศูนย์ทั้งหมด
การนำ ERP มาใช้ในองค์กร ยังอาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนของ Server, Implementation, Migration, Customization, Training, Integration และ Maintenance ขึ้นอยู่กับ Scope ของโครงการ
ดังนั้นการประเมิน ERP ควรมองที่ต้นทุนรวม และประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาว มากกว่าดูเพียงราคาของ Software
เทคโนโลยีและโครงสร้างของ OpenERP
OpenERP ถูกพัฒนาในรูปแบบ Web-based Application ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ เข้าใช้งานผ่าน Web Browser ได้
ระบบถูกออกแบบในลักษณะ แยก Module ทำให้สามารถเพิ่มความสามารถ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ระบบทั้งหมด
OpenERP รุ่นเดิม รองรับการเชื่อมต่อระบบภายนอก ผ่านเทคโนโลยีอย่าง XML-RPC ซึ่งช่วยให้ Software ภายนอก สามารถอ่านหรือส่งข้อมูล เข้ามาที่ ERP ได้ ตามสิทธิ์ที่กำหนด
แนวคิดเรื่อง API และ Integration นี้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ Odoo ในปัจจุบัน เพราะระบบ ERP ในองค์กร มักไม่ได้ทำงานเพียงระบบเดียว
การเชื่อม OpenERP กับระบบอื่น
หนึ่งในจุดแข็งของ OpenERP คือความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูล กับโปรแกรมอื่น
ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจมีระบบขายผ่าน Website อยู่แล้ว สามารถเชื่อม Order ให้เข้ามาที่ OpenERP เพื่อดำเนินงานต่อในส่วน Stock หรือระบบหลังบ้านได้
ในอีกกรณีหนึ่ง หากธุรกิจมีระบบบริการหลังการขาย หรือ Webboard Support ก็สามารถออกแบบ Integration เพื่อดึงข้อมูลลูกค้า ประวัติการซื้อ หรือข้อมูลบริการ จาก ERP มาใช้ร่วมกัน โดยต้องออกแบบเรื่องสิทธิ์ และความปลอดภัยให้เหมาะสม
ตัวอย่างระบบที่สามารถเชื่อมต่อได้
- Website และระบบสมาชิก
- E-Commerce และระบบสั่งซื้อออนไลน์
- POS
- ระบบขนส่ง
- ระบบคลังสินค้าเฉพาะ
- ระบบบริการลูกค้า
- Mobile Application
- ระบบบัญชีหรือระบบเดิมขององค์กร
- API จาก Partner หรือผู้ให้บริการภายนอก
OpenERP เปลี่ยนชื่อเป็น Odoo เพราะอะไร?
OpenERP ได้พัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้น จนไม่ได้เป็นเพียงระบบ ERP ในความหมายเดิม
ระบบเริ่มครอบคลุม Website, E-Commerce, Point of Sale, CRM และ Business Application ประเภทอื่น
ด้วยเหตุนี้ชื่อ OpenERP จึงไม่สามารถสะท้อน ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ และในเวลาต่อมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Odoo
การเปลี่ยนชื่อไม่ได้หมายความว่า ระบบเดิมทั้งหมดถูกยกเลิก แต่เป็นการพัฒนาแนวคิด จาก ERP Platform ไปสู่ Business Application Platform ที่ครอบคลุมการทำงานของธุรกิจ ได้กว้างขึ้น
ดังนั้นผู้ที่ค้นหาข้อมูล OpenERP ในปัจจุบัน ควรเข้าใจว่า OpenERP คือชื่อเดิม ของระบบที่พัฒนาต่อมาเป็น Odoo
Odoo คืออะไร?
Odoo คือแพลตฟอร์มสำหรับบริหารธุรกิจ ที่รวม Application หลายประเภทไว้ในระบบเดียว
Odoo มีทั้งระบบ ERP และระบบสำหรับงานด้านอื่น เช่น CRM, Website, E-Commerce, POS, Project และ Marketing
จุดเด่นของ Odoo คือ Application แต่ละส่วน สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
ตัวอย่างเช่น ข้อมูลลูกค้าจาก CRM สามารถนำไปสร้างใบเสนอราคา ใบสั่งขาย การจัดส่ง และ Invoice โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ Odoo คืออะไร? ระบบ ERP ทำอะไรได้บ้าง และเหมาะกับธุรกิจไหน
Odoo Community และ Enterprise ต่างกันอย่างไร?
Odoo มีสองแนวทางหลัก ที่องค์กรจะพบได้บ่อย คือ Odoo Community Edition และ Odoo Enterprise Edition
Odoo Community Edition
Community Edition เป็น Edition แบบ Open Source เหมาะกับองค์กร ที่ต้องการนำระบบไปพัฒนา ปรับแต่ง หรือสร้าง Module เพิ่มเติม ตาม Requirement
องค์กรที่มีทีมพัฒนา หรือทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ สามารถนำ Community Edition มาต่อยอดตาม Workflow ของธุรกิจได้
Odoo Enterprise Edition
Enterprise Edition มี Application และความสามารถเพิ่มเติม จาก Odoo และมีเงื่อนไข License และ Subscription ตามรูปแบบบริการ
การเลือก Community หรือ Enterprise ไม่ควรเลือกจากชื่อ Edition เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก Feature งบประมาณ License Hosting การ Customize และแผนการพัฒนาระบบระยะยาว
Odoo มีระบบอะไรบ้าง?
Odoo มี Application ที่สามารถนำมาใช้ร่วมกัน เพื่อครอบคลุมกระบวนการของธุรกิจ ได้หลายด้าน
- CRM บริหาร Lead และ Opportunity
- Sales ใบเสนอราคาและคำสั่งขาย
- Purchase บริหารการจัดซื้อและ Supplier
- Inventory บริหาร Stock และคลังสินค้า
- Manufacturing BOM และกระบวนการผลิต
- Accounting ระบบงานบัญชีตามความสามารถของ Edition และ Localization
- POS งานขายหน้าร้าน
- Project บริหารโครงการ
- Website เว็บไซต์
- E-Commerce ร้านค้าออนไลน์
- HR งานด้านทรัพยากรบุคคล
องค์กรสามารถเลือกใช้ เฉพาะ Application ที่จำเป็น และเพิ่มระบบอื่นภายหลังได้
ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Odoo?
Odoo สามารถนำไปประยุกต์ใช้ กับธุรกิจหลายรูปแบบ โดยเฉพาะองค์กร ที่ต้องการให้ข้อมูล จากหลายฝ่ายเชื่อมโยงกัน
ธุรกิจซื้อมาขายไป
สามารถใช้ Sales, Purchase และ Inventory เพื่อควบคุมกระบวนการ ตั้งแต่ซื้อสินค้า จนถึงการขายและส่งสินค้า
โรงงานผลิต
สามารถใช้ Manufacturing ร่วมกับ Inventory Purchase และ Sales เพื่อบริหาร BOM วัตถุดิบ และคำสั่งผลิต
ธุรกิจบริการ
สามารถใช้ CRM Sales Project และระบบที่พัฒนาเพิ่มเติม เพื่อบริหารลูกค้า งาน และต้นทุนบริการ
ธุรกิจค้าปลีก
สามารถใช้ POS เชื่อมกับ Inventory และข้อมูลสินค้า เพื่อให้ข้อมูลหน้าร้าน และหลังร้านต่อเนื่องกัน
E-Commerce
สามารถเชื่อม Website หรือระบบสั่งซื้อออนไลน์ กับ Stock Sales และระบบหลังบ้าน
บริษัทหลายสาขาหรือหลายบริษัท
สามารถออกแบบระบบ ให้รองรับโครงสร้างองค์กร และสิทธิ์ของผู้ใช้งาน ตาม Requirement ของแต่ละโครงการ
Odoo Integration เชื่อมต่ออะไรได้บ้าง?
ในระบบธุรกิจจริง Odoo มักต้องทำงานร่วมกับ Software อื่นที่องค์กรมีอยู่แล้ว
ตัวอย่างการ Integration เช่น
- เชื่อม Website ส่งข้อมูล Order เข้าสู่ ERP
- เชื่อม E-Commerce เพื่อ Sync สินค้า Stock และ Order
- เชื่อมระบบขนส่ง สำหรับข้อมูลการจัดส่ง
- เชื่อม POS กับ Stock และข้อมูลลูกค้า
- เชื่อมระบบเดิมขององค์กร ผ่าน API
- เชื่อมอุปกรณ์ หรือ Software เฉพาะทาง
การ Integration ที่ดี ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า ระบบใดเป็นเจ้าของข้อมูลหลัก ข้อมูลใดต้อง Sync และหากเชื่อมต่อไม่สำเร็จ ระบบจะจัดการอย่างไร
MDERP คืออะไร?
MDERP เป็นระบบ ERP ที่ MDSoft พัฒนาและต่อยอด บนแนวทาง Odoo Community เพื่อรองรับการใช้งานจริง ของธุรกิจและองค์กร
แนวทางของ MDERP คือใช้ระบบมาตรฐาน เป็นพื้นฐาน และเพิ่ม Module หรือ Workflow เฉพาะตาม Requirement ของแต่ละโครงการ
ตัวอย่างระบบที่สามารถนำมาใช้ร่วมกัน ได้แก่
- CRM และบริหารลูกค้า
- Sales
- Purchase
- Inventory
- Accounting และภาษี
- Manufacturing / MRP
- POS
- Multi Company
- Multi Branch
- Approval Workflow
- รายงานเฉพาะธุรกิจ
- API Integration
องค์กรจึงสามารถ เริ่มต้นจากระบบพื้นฐาน และพัฒนาต่อยอด ตามการเติบโตของธุรกิจได้
Odoo Service และบริการ MDERP ของ MDSoft
การนำ Odoo หรือ ERP มาใช้ในองค์กร ไม่ได้มีเพียงขั้นตอนการติดตั้ง Software แต่ต้องผ่านหลายกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ Requirement ไปจนถึงการ Support หลัง Go-Live
Odoo Consultancy
วิเคราะห์ Requirement กระบวนการทำงาน และปัญหาขององค์กร เพื่อกำหนดแนวทาง ก่อนเริ่มวางระบบ
Odoo Implementation
วางระบบ ตั้งค่า Module กำหนด Workflow เตรียมข้อมูล และเตรียมระบบ ก่อนนำไปใช้งานจริง
Odoo Customization
พัฒนา Module ปรับหน้าจอ เพิ่ม Workflow หรือ Business Logic ให้รองรับ Requirement เฉพาะขององค์กร
Odoo Migration
ย้ายข้อมูลจากระบบเดิม หรือ Upgrade จาก OpenERP / Odoo Version เก่า ไปยังระบบใหม่ โดยต้องตรวจสอบ ทั้ง Database Module และ Customization เดิม
Odoo Integration
เชื่อมระบบ Odoo / MDERP กับ Website, E-Commerce, API, POS, อุปกรณ์ หรือระบบภายนอก
Server / Hosting
ติดตั้ง ตั้งค่า และดูแล Environment สำหรับ ERP เช่น Application Server Database และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
MA & Support
ดูแลระบบหลังใช้งานจริง ตรวจสอบปัญหา แก้ไข และปรับปรุงระบบ ตาม Scope การให้บริการ
Training
อบรมผู้ใช้งาน Key User และผู้ดูแลระบบ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการ และสามารถใช้งานระบบ ได้อย่างถูกต้อง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Odoo Service และบริการ MDERP ของ MDSoft
เลือกผู้ให้บริการ ERP / Odoo อย่างไร?
การเลือก ERP ไม่ควรดูเพียง Feature ของ Software เพราะความสำเร็จของโครงการ ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ การวางระบบ และการนำไปใช้จริงด้วย
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ผู้ให้บริการเข้าใจ Business Process ของธุรกิจหรือไม่
- สามารถวิเคราะห์ Requirement และออกแบบ Workflow ได้หรือไม่
- มีทีมสำหรับ Customize และพัฒนา Module หรือไม่
- รองรับ Migration จากระบบเดิมหรือไม่
- สามารถ Integration กับระบบภายนอกได้หรือไม่
- มี Training สำหรับผู้ใช้งานหรือไม่
- มี Support และ Maintenance หลัง Go-Live หรือไม่
- สามารถ Upgrade และพัฒนาระบบต่อ ในระยะยาวได้หรือไม่
สรุป ERP, OpenERP, Odoo และ MDERP
ERP คือระบบสำหรับเชื่อมโยงข้อมูล และกระบวนการทำงาน ของหลายฝ่ายในองค์กร ให้อยู่บนระบบกลาง
OpenERP เป็นหนึ่งในระบบ ERP Open Source ที่ช่วยให้ธุรกิจ สามารถเลือกใช้ Module และพัฒนาต่อยอด ตาม Requirement ได้
ต่อมา OpenERP ได้พัฒนาและเปลี่ยนชื่อเป็น Odoo เพื่อสะท้อนความสามารถ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ERP แต่ครอบคลุม Business Application หลายประเภท
สำหรับองค์กร ที่ต้องการนำ Odoo Community มาพัฒนาเพิ่มเติม สามารถพิจารณาแนวทาง MDERP เพื่อเพิ่ม Module Workflow รายงาน และ Integration ให้เหมาะกับกระบวนการจริงของธุรกิจ
สามารถส่ง Requirement หรือรายละเอียดกระบวนการทำงาน เพื่อให้ทีม MDSoft ช่วยวิเคราะห์แนวทาง Implementation, Customization, Migration และ Integration ก่อนเริ่มโครงการได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ERP คืออะไร และระบบ ERP ช่วยธุรกิจอย่างไร
- Odoo คืออะไร? ระบบ ERP ทำอะไรได้บ้าง
- Odoo Service และบริการ MDERP
บริการ Customize Odoo / MDERP บริการ Implementation Odoo / MDERP Odoo Service
บริการพัฒนา Module OpenERP บริการติดตั้งระบบ OpenERP บริการ Implement ระบบ ERP ด้วย Odoo




