ภ.ง.ด. คืออะไร? ทำความรู้จักแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีใช้งานใน Odoo

ถ้าพูดถึงเรื่องภาษีของธุรกิจ หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า ภ.ง.ด. กันมาบ้าง แต่พอเจอคำถามว่า “ภ.ง.ด. คืออะไร แล้วบริษัทต้องยื่นตัวไหน?” ก็อาจเริ่มสับสน เพราะ ภ.ง.ด. มีหลายแบบ และแต่ละแบบก็ใช้ไม่เหมือนกัน เรื่องนี้มักเกี่ยวข้องกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยเฉพาะเวลาบริษัทมีการจ่ายเงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายบางประเภท ซึ่งต้องดูว่ารายการนั้นเข้าข่ายต้องหักภาษีหรือไม่ และต้องใช้แบบไหนในการนำส่ง
สำหรับธุรกิจที่ใช้ Odoo ระบบ ERP และระบบบัญชี การตั้งค่าภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นก็สำคัญ เพราะข้อมูลจากรายการซื้อ การจ่ายเงิน และการบันทึกบัญชีสามารถเชื่อมต่อกันได้ บทความนี้จึงจะพาไปดูแบบง่าย ๆ ว่า ภ.ง.ด. คืออะไร แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และ Odoo ช่วยจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร
ภ.ง.ด. คืออะไร?
ภ.ง.ด. เป็นแบบที่ใช้สำหรับยื่นภาษีเงินได้กับกรมสรรพากร โดยในงานธุรกิจเรามักเจอกับ ภ.ง.ด. ที่เกี่ยวข้องกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อบริษัทจ่ายเงินบางประเภทให้กับพนักงานหรือผู้รับเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด
ยกตัวอย่างง่าย ๆ บริษัทจ่ายค่าบริการ 10,000 บาท และรายการนี้เข้าข่ายต้องหัก ณ ที่จ่าย บริษัทก็จะหักภาษีส่วนหนึ่งไว้ก่อน แล้วนำยอดที่หักไว้นั้นไปนำส่งกรมสรรพากร ส่วนผู้รับเงินจะได้รับเอกสารที่แสดงว่าถูกหักภาษีไว้แล้ว เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
เพราะฉะนั้น ภ.ง.ด. จึงเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนจัดการ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตั้งแต่การจ่ายเงิน บันทึกบัญชี ออกเอกสาร ไปจนถึงการนำส่งภาษี ดังนั้น ข้อมูลตั้งแต่เอกสารการจ่ายเงิน การบันทึกบัญชี ใบหัก ณ ที่จ่าย ไปจนถึงการยื่นแบบภาษีควรตรงกัน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
ภ.ง.ด. แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

แม้จะเรียกรวม ๆ ว่า ภ.ง.ด. แต่ในทางปฏิบัติจะมีแบบหลายประเภท โดยแบบที่ธุรกิจมักพบ ได้แก่
- ภ.ง.ด.1 ใช้สำหรับการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายกรณีเงินได้ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินได้จากการจ้างงาน จึงมักเกี่ยวข้องกับงาน HR และ Payroll
- ภ.ง.ด.1ก เป็นแบบสรุปรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากเงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ที่จ่ายในปีภาษีที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับการสรุปภาษีของพนักงานตลอดทั้งปี
- ภ.ง.ด.3 ใช้สำหรับการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายเงินได้บางประเภทให้แก่บุคคลธรรมดา เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า หรือเงินได้ประเภทอื่นที่เข้าหลักเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ภ.ง.ด.53 ใช้สำหรับการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีผู้จ่ายเงินเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท และผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล โดยมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้และอัตราที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้แบบ ภ.ง.ด. ไม่ควรดูจากชื่อผู้รับเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาประเภทของเงินได้ ลักษณะการจ่ายเงิน และหลักเกณฑ์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น หากเป็นกรณีที่มีรายละเอียดซับซ้อน ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อให้ยื่นแบบได้ถูกต้อง
แล้ว Odoo ช่วยจัดการ ภ.ง.ด. ได้อย่างไร?
เมื่อธุรกิจมีรายการซื้อ ขาย ค่าใช้จ่าย หรือการจ่ายเงินจำนวนมาก การจัดการภาษีด้วย Excel หรือการกรอกข้อมูลจากเอกสารทีละรายการอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีทั้ง VAT, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ใบแจ้งหนี้, ใบวางบิล และใบเสร็จรับเงิน ที่ต้องตรวจสอบให้ข้อมูลสอดคล้องกัน
Odoo สามารถนำมาใช้เป็นระบบศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีและข้อมูลภาษีของธุรกิจได้ โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนด Tax และตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ Withholding Tax หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานของกิจการ จากนั้นเมื่อมีการสร้างรายการซื้อหรือรายการจ่ายเงิน ระบบก็สามารถนำข้อมูลภาษีที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการบันทึกบัญชีและจัดทำเอกสารตามกระบวนการที่กำหนดไว้
ตัวอย่างเช่น บริษัทได้รับใบเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ให้บริการจำนวน 10,000 บาท และรายการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อบันทึกรายการในระบบ ผู้ใช้งานสามารถกำหนดภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายการนั้น เพื่อให้ระบบคำนวณยอดที่ต้องหักและแสดงข้อมูลประกอบรายการทางบัญชีได้อย่างเป็นระบบ
การตั้งค่าภาษีใน Odoo ควรเริ่มจากอะไร?
ก่อนเริ่มใช้งานจริง สิ่งสำคัญคือการวางโครงสร้างภาษีให้ตรงกับการทำงานของธุรกิจ โดยควรเริ่มจากการสำรวจว่าองค์กรมีการจ่ายเงินประเภทใดบ้าง และรายการใดเข้าข่าย ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากนั้นจึงกำหนด Tax และบัญชีที่เกี่ยวข้องในระบบให้เหมาะสม
ใน Odoo การตั้งค่าภาษีไม่ได้มีเพียงการกำหนด “อัตราภาษี” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการกำหนดว่าภาษีนั้นจะถูกนำไปบันทึกในบัญชีใด และจะถูกนำไปใช้กับรายการประเภทใด หากตั้งค่าตั้งแต่ต้นอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยลดปัญหาการแก้ไขข้อมูลย้อนหลัง และทำให้ฝ่ายบัญชีสามารถตรวจสอบรายการได้ง่ายขึ้น สำหรับธุรกิจที่มีทั้ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ควรแยกประเภทและวางโครงสร้างให้ชัดเจน เพราะภาษีทั้งสองประเภทมีหน้าที่และวิธีการจัดการแตกต่างกัน
นอกจากนี้ หากองค์กรมีการจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ก็ควรพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Payroll เนื่องจากข้อมูลเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของพนักงานมีความเกี่ยวข้องกับ ภ.ง.ด.1 และการจัดทำเอกสารภาษีประจำปี
ใช้ Odoo ช่วยลดงานบัญชีเกี่ยวกับ ภ.ง.ด. ได้อย่างไร
จุดเด่นของการใช้ ERP อย่าง Odoo คือการนำข้อมูลจากกระบวนการทำงานต่าง ๆ มาเชื่อมต่อกัน ไม่จำเป็นต้องแยกข้อมูลการซื้อ การจ่ายเงิน และบัญชีออกจากกันหลายระบบ เมื่อมีการบันทึกรายการทางธุรกิจ ข้อมูลสามารถถูกนำไปใช้ต่อในกระบวนการบัญชี เช่น การบันทึกเจ้าหนี้ การบันทึกค่าใช้จ่าย การคำนวณภาษี และการตรวจสอบยอดภาษีที่เกี่ยวข้อง ทำให้ฝ่ายบัญชีสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบต้นทางของรายการได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากต้องการตรวจสอบว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเดือนหนึ่งมาจากรายการใดบ้าง ก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับจากข้อมูลรายการบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งช่วยลดการค้นหาเอกสารจากหลายแหล่ง และลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลไปกรอกซ้ำ
อย่างไรก็ตาม การใช้ Odoo ไม่ได้หมายความว่าระบบจะสามารถเลือกประเภท ภ.ง.ด. หรืออัตราภาษีที่ถูกต้องแทนผู้ใช้งานได้ทั้งหมด เพราะการกำหนดภาษีขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ ประเภทเงินได้ และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นควรตั้งค่าระบบให้สอดคล้องกับแนวทางทางบัญชีของบริษัท และตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีก่อนใช้งานจริง
สรุป
ภ.ง.ด. เป็นส่วนสำคัญของการจัดการภาษีสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการที่มีการจ่ายเงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า หรือรายการอื่น ๆ ที่เข้าหลักเกณฑ์ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย การเข้าใจความแตกต่างของ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.1ก, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการเอกสารและข้อมูลภาษีได้ถูกต้องมากขึ้น
สำหรับธุรกิจที่ต้องจัดการรายการบัญชีจำนวนมาก การนำ Odoo ระบบ ERP และระบบบัญชี เข้ามาช่วยจัดการข้อมูล สามารถทำให้กระบวนการตั้งแต่การบันทึกรายการซื้อ การจ่ายเงิน การคำนวณ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไปจนถึงการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีเป็นระบบมากขึ้น ลดการทำงานซ้ำ และช่วยให้ค้นหาข้อมูลย้อนหลังได้สะดวก
หัวใจสำคัญ คือการ ตั้งค่าระบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ทั้งประเภทภาษี อัตราภาษี บัญชีที่ใช้บันทึก และรูปแบบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลในระบบสอดคล้องกับการทำบัญชีและการยื่นภาษีของธุรกิจ
หากกำลังวางระบบบัญชีให้ธุรกิจ นอกจากเรื่อง ภ.ง.ด. แล้ว ยังสามารถศึกษาต่อในหัวข้อ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ใบหัก ณ ที่จ่าย, หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), Payroll และระบบบัญชี Odoo ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงกันในการจัดการข้อมูลทางการเงินขององค์กรอีกด้วยค่ะ
เมื่อมีข้อมูล ภ.ง.ด. แล้ว ต้องเตรียมส่งต่ออย่างไร
แยกการบันทึกภาษีใน ERP ออกจากขั้นตอนนำส่งและยื่นแบบ ตรวจบริษัท สาขา แบบ งวด จำนวนรายการและยอดรวมก่อนนำข้อมูลไปใช้ต่อ ไฟล์ที่ Export ได้ต้องเทียบกับข้อกำหนดของปลายทางจริง
MDERP Accounting Thailand มีโมดูล WHT หนังสือรับรอง รายงาน และ Export สำหรับ RD Prep ตามแบบกับโมดูลที่รองรับ ส่วนการเตรียมไฟล์ SWC หรือการเชื่อมบริการธนาคารต้องประเมิน Mapping สิทธิและขั้นตอนเพิ่มเติม ไม่ควรถือว่าติดตั้ง Odoo แล้วมีทุกความสามารถเหมือนกัน
สิทธิลดอัตราหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% ปี 2569–2570 ต้องตรวจตาม กฎกระทรวง 402 และเงื่อนไข e-Withholding Tax การยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตหรือใช้ SWC เพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันสิทธิ
หากต้องการลดการคัดข้อมูลซ้ำ แจ้งระบบและเวอร์ชัน แบบภาษี และตัวอย่างงานให้ ทีม MDSoft วิเคราะห์กระบวนการ Odoo/MDERP ก่อนกำหนดขอบเขตงาน
เพิ่มแนวทางส่งต่อข้อมูลและทบทวนขอบเขตโมดูล 18 ตุลาคม 2569



