E-Stamp Duty คืออะไร? เรื่องที่ธุรกิจควรรู้ในยุคดิจิทัล

อากรสแตมป์คืออะไร
อากรแสตมป์ คือ ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากการทำตราสารหรือเอกสารบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เอกสารนั้นมีผลสมบูรณ์ ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ และเป็นรายได้ของรัฐ หลักการแบบเข้าใจง่ายเวลาคนหรือบริษัททำเอกสารสัญญาสำคัญบางอย่าง เช่น เช่าทรัพย์ กู้ยืมเงิน มอบอำนาจ ค้ำประกัน หรือออกใบรับเงินบางประเภท รัฐกำหนดให้ต้องเสียอากรแสตมป์ตามอัตราที่ระบุไว้ในกฎหมาย เพื่อให้เอกสารนั้นครบถ้วนถูกต้อง
ปัจจุบันการขอเสียอากรแสตมป์ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ
1. อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp Duty)
เป็นการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ กรมสรรพากร แทนการปิดแสตมป์ดวง รองรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์และตราสารกระดาษ พร้อมใบเสร็จและรหัสรับรองเพื่อใช้ยืนยันและตรวจสอบภายหลัง
2. ชำระเป็นตัวเงิน ณ สำนักงานสรรพากร
เป็นการชำระอากรเป็นตัวเงิน ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา สำหรับตราสารบางลักษณะที่กฎหมายกำหนดไว้
3. อากรแสตมป์เป็นดวง (Physical Stamp Duty)
การเสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับบนเอกสาร (ตราสาร) จากการทำนิติกรรมหรือสัญญาต่าง ๆ ก่อนกระทำ หรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และได้ขีดฆ่าแสตมป์แล้ว

ข้อควรรู้เกี่ยวกับอากรแสตมป์
การยกเว้นอากร
- ค่าอากรไม่ถึง 1 บาท หรือเป็นเศษของบาท
- ตราสารของสถาบันการเงินของรัฐบางแห่ง (ธปท., ธอส., ธ.ก.ส. ฯลฯ)
- การโอนอสังหาฯ ที่เป็นที่อยู่อาศัยหลัก (ตามเงื่อนไข)
- ตราสารของตลาดหลักทรัพย์บางประเภท
- กรมธรรม์ประกันชีวิต (ถ้าอากรเกิน 20 บาท ลดเหลือ 20 บาท)
ข้อควรทราบ
- ท่านควรศึกษาลักษณะของเอกสารเพื่อปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์
- ตราสารใดที่มิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ จะไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ จนกว่าจะเสียอากรครบถ้วน กรณีแสตมป์ดวงจะต้องทำการขีดฆ่าแล้ว
ความรับผิดกรณีไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ดังนี้
สรุป
สรุปแล้ว อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับเอกสารและเอกสารบางประเภท ซึ่งผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปควรให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ยังช่วยให้เอกสารมีความสมบูรณ์และสามารถใช้เป็นหลักฐานได้อย่างถูกต้อง การตรวจสอบประเภทเอกสาร อัตราที่ต้องชำระ และดำเนินการให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ ปัญหาทางกฎหมาย และทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นระบบมากยิ่งขึ้น








