Odoo คืออะไร ?

ในยุคที่เทคโนโลยีและการพัฒนาธุรกิจก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การบริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการธุรกิจมีความสำคัญมากเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตและเหนื่อยยากในการแข่งขันกับตลาดที่ท้าทาย และในเวทีนี้เอง คำตอบที่กำลังเด่นชัดคือ Odoo ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการและทุกขั้นตอนของธุรกิจของคุณเรามาทำความรู้จักพร้อมกันเลยว่า Odoo นี้คืออะไร
Odoo คืออะไร ?
Odoo เป็นระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning: ERP) แบบโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถจัดการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย Odoo มีโมดูลต่างๆ มากมายที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขาย การตลาด การผลิต คลังสินค้า บัญชี ทรัพยากรบุคคล และอื่นๆ อีกมากมาย
เรื่องราวของ Odoo
Odoo ไม่ใช่เพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่เป็นเครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น เริ่มต้นจากการเรียกชื่อเดิมว่า "TinyERP" ในปี 2005 โดยคุณ Fabien Pinckaers ที่มุ่งหวังที่จะให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางสามารถเข้าถึงเครื่องมือการบริหารจัดการที่มีคุณภาพได้อย่างง่ายดาย
ในปี 2009 ชื่อถูกเปลี่ยนเป็น "Odoo" เพื่อสะท้อนถึงการเติบโตและการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของระบบ ด้วยแนวคิดเป็นซอฟต์แวร์ ERP แบบเปิดเผยที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความยืดหยุ่น เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งและปรับใช้ระบบให้เข้ากับแต่ละธุรกิจได้อย่างลงตัว
Odoo สำหรับทุกธุรกิจ
ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบใด ทั้งการผลิต การค้าปลีก การบริการ หรืออื่นๆ Odoo มีโมดูลหลากหลายให้เลือกใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ ด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมทุกด้านของธุรกิจ เริ่มต้นจากการบริหารจัดการสต็อกและคลังสินค้า การผลิต การบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหารโครงการ การบัญชี และอื่นๆ ที่จะช่วยให้คุณบรรจุความสามารถในการเติบโตและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การขาย จัดการการขาย แคมเปญการตลาด และลูกค้าสัมพันธ์
- การตลาด จัดการการตลาดดิจิทัล แคมเปญอีเมล และโซเชียลมีเดีย
- การผลิต จัดการการผลิต วัตถุดิบ และสินค้าคงคลัง
- คลังสินค้า จัดการคลังสินค้า สินค้าคงคลัง และการสั่งซื้อ
- บัญชี จัดการบัญชีทั่วไป บัญชีลูกหนี้ และบัญชีเจ้าหนี้
- ทรัพยากรบุคคล จัดการพนักงาน ข้อมูลพนักงาน และเงินเดือน
Odoo มีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้ได้รับความนิยมจากธุรกิจต่างๆ ดังนี้
- เป็นระบบโอเพนซอร์ส หมายความว่า Odoo สามารถใช้ได้ฟรีและสามารถแก้ไขหรือปรับแต่งได้ตามความต้องการ สิ่งนี้ทำให้ Odoo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการลดต้นทุนและมีความยืดหยุ่น
- มีโมดูลต่างๆ มากมาย Odoo มีโมดูลต่างๆ ให้เลือกมากมายเพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะได้ สิ่งนี้ช่วยให้ Odoo ครอบคลุมทุกแง่มุมของธุรกิจและช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้งานง่าย Odoo ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย สิ่งนี้ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
- ปรับแต่งได้สูง Odoo สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะของธุรกิจ สิ่งนี้ช่วยให้ Odoo เหมาะกับธุรกิจทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม
- ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โมดูลต่างๆ ของ Odoo สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นเพื่อให้ธุรกิจสามารถมองเห็นภาพรวมของการดำเนินงานทั้งหมด
- ปลอดภัย Odoo มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- อัปเดตอยู่เสมอ Odoo ได้รับการอัปเดตอยู่เสมอเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและแก้ไขข้อบกพร่อง
- คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ทำให้ Odoo เป็นระบบ ERP ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสำหรับธุรกิจทุกขนาด
Odoo แต่ละเวอร์ชั่นมีอะไรดี ?
- TinyERP (ปี 2005)
- จุดเด่น
- เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด ERP แบบโอเพนซอร์ส ที่เน้นให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเข้าถึงระบบได้ง่าย
- โครงสร้างระบบเรียบง่าย เน้นการจัดการงานพื้นฐาน เช่น การขาย บัญชี และคลังสินค้า
- วางรากฐานแนวคิด โมดูล ที่สามารถขยายระบบได้ในอนาคต
- มีเครื่องมือสร้างรายงานและกราฟที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างรายงานและกราฟต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ สามารถสร้างรายงานที่กำหนดเองได้
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ภาษา Python
- ฐานข้อมูล PostgreSQL
- สถาปัตยกรรม Client–Server
- จุดเด่น
- OpenERP 5 (ปี 2009)
- จุดเด่น
- เปลี่ยนชื่อจาก TinyERP เป็น OpenERP เพื่อสะท้อนภาพของระบบ ERP เต็มรูปแบบ
- รองรับการใช้งานแบบหลายบริษัท (Multi-company)
- เริ่มได้รับความนิยมในระดับองค์กรขนาดกลาง
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 2.x
- PostgreSQL
- XML-RPC สำหรับการเชื่อมต่อระบบ
- จุดเด่น
- OpenERP 6 (ปี 2010)
- จุดเด่น
- เพิ่ม Web Client ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าระบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์
- ปรับปรุงระบบ Workflow และ Business Logic ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
- เริ่มมี Community นักพัฒนาขยายโมดูลเพิ่มจำนวนมาก
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 2.x
- PostgreSQL
- XML-RPC
- Web Client (JavaScript)
- จุดเด่น
- OpenERP 6.1 (ปี 2011)
- จุดเด่น
- ปรับปรุง Web Client ให้เสถียรและใช้งานได้จริงในระดับ Production
- ระบบ Workflow และ Business Process ยืดหยุ่นมากขึ้น
- เป็นเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมสูงและถูกใช้งานยาวในหลายองค์กร
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 2.6 – 2.7
- PostgreSQL
- XML-RPC
- Web Client (JavaScript + XML Views)
- จุดเด่น
- OpenERP 7 (ปี 2013)
- จุดเด่น
- อินเทอร์เฟซผู้ใช้พัฒนาไปอีกขั้น ใช้งานง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น
- ระบบโมดูลเริ่มมีความหลากหลาย ครอบคลุมหลายประเภทธุรกิจ
- เป็นเวอร์ชันสุดท้ายก่อนรีแบรนด์เป็น Odoo
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 2.7
- PostgreSQL
- XML-RPC
- JavaScript สำหรับ Web Interface
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 8 (ปี 2014)
- จุดเด่น
- มีการปรับปรุงในโมดูลการบริหารสินค้าและคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าและสต็อก. นี่รวมถึงการติดตามสินค้า, การจัดส่ง, และการจัดการคลังสินค้า
- มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซผู้ใช้งานที่ง่ายต่อการใช้งานและเข้าใจ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการใช้ระบบ ERP
- มีความสามารถในการเข้าถึงระบบผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำให้สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา
- มีเครื่องมือสร้างรายงานและกราฟที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างรายงานและกราฟต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ สามารถสร้างรายงานที่กำหนดเองได้
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 2.7 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารระหว่าง Odoo และแอปพลิเคชันอื่น ๆ
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 9 (ปี 2015)
- จุดเด่น
- รองรับ Python 3.4 ในภาคเซิร์ฟเวอร์ เป็นการอัปเกรดทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่ทำให้ระบบเป็นไปได้และคงทนมากขึ้น
- มีการปรับปรุงในโมดูลการบริหารสินค้าและคลังสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าและสต็อก
- มีโมดูลการเงินและบัญชีที่มีความสามารถในการจัดการบัญชี, รายงานการเงิน, และการวิเคราะห์การเงิน
- การปรับปรุงในบริการออนไลน์และการติดตามพิมพ์เขียว เพื่อช่วยลดการใช้กระดาษและเพิ่มความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 2.7 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารระหว่าง Odoo และแอปพลิเคชันอื่น ๆ
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 10 (ปี 2016)
- จุดเด่น
- มาพร้อมกับการปรับปรุงในอินเทอร์เฟซผู้ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการใช้งานระบบ มีการเรียงลำดับและแยกหมวดหมู่โมดูลให้เป็นรายการที่สะดวกต่อการค้นหาและใช้งาน
- มีการพัฒนาในระบบการติดตามและบริหารงานโครงการ เพื่อช่วยให้การบริหารโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 2.7 แต่เตรียมสนับสนุนการย้ายไปยัง Python 3
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสาร
- ยังคงใช้ PostgreSQL ในการจัดเก็บข้อมูล
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 11 (ปี 2017)
- จุดเด่น
- มาพร้อมกับการปรับปรุงในอินเทอร์เฟซผู้ใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกและความประสิทธิภาพในการใช้งาน รูปแบบการนำเสนอข้อมูลถูกปรับปรุงให้ดูสวยงามและเรียงลำดับข้อมูลอย่างมีระเบียบ
- มีการปรับปรุงในโมดูลการจัดการลูกค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารข้อมูลลูกค้า, การสื่อสาร, และการติดตามการขาย
- มีการพัฒนาในระบบการเงินและบัญชีเพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการบัญชี, การรายงานการเงิน, และการวิเคราะห์การเงิน
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 12 (ปี 2018)
- จุดเด่น
- เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งและกำหนดรูปแบบของแอปพลิเคชัน Odoo ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด นี่คือการทำให้การปรับแต่งระบบเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายมากขึ้น
- โมดูลการบริหารสินค้าและคลังสินค้าได้รับการปรับปรุงใน Odoo 12.0 เพื่อเสริมความสามารถในการติดตามและบริหารคลังสินค้าแบบละเอียด
- ระบบการแจ้งเตือนใน Odoo 12.0 ถูกปรับปรุงให้สามารถปรับแต่งและกำหนดการแจ้งเตือนตามความต้องการของผู้ใช้
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 13 (ปี 2019)
- จุดเด่น
- มาพร้อมกับโมดูล Website Builder ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสร้างและปรับแต่งเว็บไซต์และหน้าเว็บได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเขียนโค้ด
- มีการพัฒนาในระบบการทำงานแบบครอสฟังก์ชันเพื่อเสริมความสามารถในการจัดการกิจกรรมและงานในองค์กร
- มีการพัฒนาในการแบ่งปันและการสนับสนุนออนไลน์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกันและติดต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลัก
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและยังรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- ใช้ JavaScript ในส่วนของเว็บไซต์และอินเตอร์เฟซผู้ใช้
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 14 (ปี 2020)
- จุดเด่น
- Odoo Studio 2.0 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและปรับแต่งแอปพลิเคชัน Odoo ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเขียนโค้ด. มีเครื่องมือแก้ไขและสร้างรายงานที่มีการปรับปรุง
- Odoo 14 มีโมดูล eLearning ที่ช่วยให้คุณสร้างและจัดการหลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ. มีเครื่องมือสร้างเนื้อหาการเรียนรู้, การทดสอบออนไลน์, และการติดตามผลการเรียนรู้
- มาพร้อมกับโมดูลการบริหารความรู้ที่ช่วยให้คุณจัดการข้อมูลความรู้ภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ มีเครื่องมือสำหรับสร้างฐานความรู้, บทความ, และเอกสารการศึกษา
- มีโมดูลการจัดการการสนับสนุนลูกค้าที่ปรับปรุงเพื่อช่วยให้คุณติดตามและแก้ไขปัญหาลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีโมดูลระบบการติดตามโปรเจคที่ช่วยในการจัดการโครงการและงานภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- ใช้ JavaScript ในส่วนของเว็บไซต์และอินเตอร์เฟซผู้ใช้
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 15 (ปี 2021)
- จุดเด่น
- มีฟีเจอร์ In-App Chat ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารและแชทภายในแอปพลิเคชัน Odoo โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน นี่ช่วยให้การทำงานร่วมกันและการสื่อสารระหว่างทีมงานเป็นไปอย่างราบรื่น
- มีการปรับปรุงในโมดูล Odoo Documents เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการเอกสารและไฟล์ภายในระบบ. นี่รวมถึงการรองรับการแชร์และการทำงานร่วมกันบนเอกสารออนไลน์
- Odoo Studio 3.0 มาพร้อมกับการปรับปรุงและความสามารถในการปรับแต่งแอปพลิเคชัน Odoo อย่างละเอียด. มีเครื่องมือสร้างฟอร์มแบบลากและวาง, การปรับแต่งเมนู, และการกำหนดรูปแบบข้อมูล
- Odoo 15 มีการปรับปรุงในโมดูลการบริหารโครงการและงานเพื่อเสริมความสามารถในการวางแผนและการจัดการโครงการแบบเจาะจง
- มีการปรับปรุงในโมดูลการตลาดและการอัตโนมัติใน Odoo 15 เพื่อช่วยให้คุณสร้างและจัดการแคมเปญการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Odoo 15 มีการปรับปรุงในโมดูลการจัดการสินค้าและคลังสินค้าเพื่อเพิ่มความสามารถในการติดตามและจัดการคลังสินค้าแบบละเอียด
- มีโมดูล Odoo Time Off ที่ช่วยให้การลางานและการบริหารเวลาหยุดพักของพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแบบอัตโนมัติ
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- จุดเด่น
-
เวอร์ชั่น 16 (ปี 2022)
- จุดเด่น
- Odoo 16 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Odoo Website Builder ที่มีการปรับปรุงในการสร้างและปรับแต่งเว็บไซต์องค์กรของคุณ. มีเครื่องมือแก้ไขและสร้างหน้าเว็บได้อย่างง่ายและแบบลากและวาง
- Odoo Studio 4.0 มาพร้อมกับการปรับปรุงและความสามารถในการปรับแต่งแอปพลิเคชัน Odoo โดยละเอียด. มีเครื่องมือสร้างฟอร์มแบบลากและวาง, การปรับแต่งเมนู, และการกำหนดรูปแบบข้อมูล
- มีการปรับปรุงในโมดูลการตลาดและการอัตโนมัติใน Odoo 16 เพื่อช่วยให้คุณสร้างและจัดการแคมเปญการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- โหลดหน้าโปรแกรมได้รวดเร็ว
- ระบบรองรับ Auto Save สำหรับแต่ละหน้ารายการ
- เพิ่ม icon ช่วยเหลือ
- กรอก Description ได้มากขึ้น
- Can be Expensed ของสินค้าถูกนำมาใช้งาน
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 33.8, 3.9 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL 14 เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- Wkhtmltopdf 0.12.5
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 17 (ปี 2023)
- จุดเด่น
- Odoo Flow เป็นคุณลักษณะใหม่ที่ช่วยให้คุณสร้างและจัดการกระบวนการธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ คุณสามารถออกแบบและติดตามกระบวนการต่างๆ ในองค์กรของคุณได้อย่างง่ายดาย
- Odoo 17 มีฟีเจอร์ Odoo Pages ที่ช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์องค์กรแบบลากและวาง. คุณสามารถปรับแต่งหน้าเว็บได้อย่างสร้างสรรค์และไม่ต้องมีความเชี่ยวชาญในการเขียนโค้ด
- Odoo Studio 5.0 มาพร้อมกับการปรับปรุงและความสามารถในการปรับแต่งแอปพลิเคชัน Odoo โดยละเอียด. มีเครื่องมือสร้างฟอร์มแบบลากและวาง, การปรับแต่งเมนู, และการกำหนดรูปแบบข้อมูล
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- ใช้ Python 3 เป็นภาษาหลักในการพัฒนา
- ใช้ XML-RPC สำหรับการสื่อสารและรองรับการเชื่อมต่อ WebSocket
- ใช้ PostgreSQL เป็นระบบฐานข้อมูลหลัก
- จุดเด่น
- เวอร์ชัน 18 (ปี 2024)
- จุดเด่น
- ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX/UI) ให้ทำงานได้รวดเร็วและลื่นไหลยิ่งขึ้น
- เสริมระบบ Automation และ Smart Suggestion ในหลายโมดูล
- Website และ eCommerce มีความสามารถด้าน Conversion และ SEO ดีขึ้น
- ระบบรายงานและ Dashboard วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 3.10+
- PostgreSQL 15
- OWL Framework (Odoo Web Library)
- WebSocket และ REST API
- จุดเด่น
- เวอร์ชั่น 19 (ปี 2025)
- จุดเด่น
- เพิ่มการใช้งาน AI และ Automation ในกระบวนการธุรกิจ เช่น งานบัญชี การขาย และเอกสาร
- ระบบ Workflow และ Business Flow ยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะกับองค์กรที่มีขั้นตอนซับซ้อน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบให้รองรับข้อมูลขนาดใหญ่และหลายสาขา
- รองรับการ Customization เชิงลึกสำหรับองค์กรระดับ Enterprise
- เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนา
- Python 3.11
- PostgreSQL 16
- OWL Framework (Frontend)
- REST API และ WebSocket
- Cloud-ready Architecture
- จุดเด่น
และเมื่อพูดถึง Odoo เวอร์ชันล่าสุด ปัจจุบันคือ Odoo 19 ซึ่งทีม MDSoft ได้ติดตามและเตรียมใช้งานอย่างใกล้ชิด เราเห็นการพัฒนาในหลายจุดที่ช่วยให้การจัดการธุรกิจทำได้ง่ายและลื่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งเรื่องระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล และการปรับแต่งโมดูลให้เข้ากับรูปแบบการทำงานของแต่ละองค์กรได้มากขึ้น สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาการอัปเกรดระบบ หรือกำลังจะเริ่มต้นใช้งาน Odoo 19 ทางทีม MDSoft เราพร้อมช่วยดูแลตั้งแต่เริ่มต้นติดตั้งระบบ จนใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ความต้องการของธุรกิจของคุณ ไปจนถึงการติดตั้งและปรับแต่งโมดูล การเชื่อมต่อกับระบบอื่น รวมถึงการอบรมทีมงานเพื่อให้ใช้งานได้อย่างราบรื่นอีกด้วย MDSoft เราไม่ได้ดูแลเพื่อแค่ทำให้ระบบใช้งานได้ แต่เรามุ่งเน้นให้ลูกค้าสามารถใช้ศักยภาพของ Odoo ได้เต็มที่ และนำไปต่อยอดการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างแท้จริงค่ะ
โดยสรุปแล้ว Odoo เป็นระบบ ระบบ ERP คืออะไร ?ที่ได้รับความนิยมจากธุรกิจต่างๆ มากมาย ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย Odoo เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการระบบ ERP ที่มีประสิทธิภาพหากเกิดความสนใจสามารถเรียกใช้งานจากทางเราได้เช่นกับกับ บริการ MDSoft Odoo Service

บริการพัฒนา Module OpenERP บริการติดตั้งระบบ OpenERP บริการ Implement ระบบ ERP ด้วย Odoo







