ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

ซื้อ Microsoft 365 / SaaS ต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 ไหม?

ภาพหน้าปกบทความเกี่ยวกับการซื้อ Microsoft 365 และบริการ SaaS จากผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยสื่อถึงประเด็นด้าน VAT และการยื่นแบบ ภ.พ.36 พร้อมภาพ Microsoft 365, Cloud, Invoice และเอกสารภาษีประกอบเนื้อหา
ซื้อ Microsoft 365 หรือ SaaS จากต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 หรือไม่? ตรวจสอบประเด็นสำคัญก่อนบันทึกบัญชี

ทุกวันนี้ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้ซื้อโปรแกรมแบบติดตั้งลงเครื่องเหมือนในอดีต แต่เปลี่ยนมาใช้ Software as a Service (SaaS) หรือซอฟต์แวร์แบบ Subscription มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Microsoft 365, Google Workspace, Adobe Creative Cloud, Zoom, Canva, Cloud หรือระบบออนไลน์จากผู้ให้บริการต่างประเทศ ซึ่งช่วยให้บริษัทเริ่มใช้งานได้ง่ายและไม่ต้องลงทุนซื้อซอฟต์แวร์แบบถาวร

แต่เมื่อถึงขั้นตอนบันทึกบัญชี หลายบริษัทอาจเริ่มมีคำถามว่า ถ้าซื้อ Software จากต่างประเทศ ต้องเสีย VAT หรือไม่? หรือ ต้องยื่น ภ.พ.36 หรือเปล่า? โดยเฉพาะกรณีที่ใบแจ้งหนี้ออกเป็นสกุลเงินต่างประเทศ หรือมีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและระบบออนไลน์ ทำให้ไม่แน่ใจว่าภาษีมูลค่าเพิ่มควรจัดการอย่างไร

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็น Microsoft 365 หรือ SaaS ตัวไหน แต่ต้องพิจารณาว่าเป็นการ ซื้อบริการจากผู้ประกอบการในต่างประเทศและนำบริการนั้นมาใช้ในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงสถานะของผู้ใช้บริการในประเทศไทยด้วย ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาหน้าที่ในการนำส่ง VAT และการยื่น ภ.พ.36 ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ซื้อ Microsoft 365 จากต่างประเทศถือเป็นบริการที่ใช้ในประเทศไทยหรือไม่?

ภาพประกอบการใช้งาน Microsoft 365 ในสำนักงาน แสดงทีมงานที่ทำงานร่วมกันผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมระบบ Cloud และเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยสนับสนุนการทำงานภายในองค์กร

Microsoft 365 เป็นบริการแบบ Subscription ที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโปรแกรมและบริการต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ เช่น Word, Excel, PowerPoint, Outlook, Teams และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Cloud โดย Microsoft ระบุราคาสำหรับ Microsoft 365 Business ในประเทศไทยเป็นราคาที่ไม่รวมภาษีในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์บางรายการด้วย

ในมุมของภาษี สิ่งที่ต้องพิจารณาคือต้องดูลักษณะของบริการและสถานที่ที่นำบริการไปใช้ด้วย กรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์ตามมาตรา 83/6 ว่า เมื่อมีการชำระค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่ให้บริการจากต่างประเทศ และมีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินอาจมีหน้าที่นำส่ง VAT ที่ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องเสีย โดยกรณีบริการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น มาตรา 83/6(2)(ก) ระบุถึงกรณีผู้ใช้บริการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ไว้โดยเฉพาะ 

ดังนั้น หากบริษัทในประเทศไทยซื้อบริการ SaaS จากต่างประเทศแล้วนำบริการมาใช้ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เช่น ใช้ Microsoft 365 สำหรับอีเมลบริษัท การจัดทำเอกสาร การประชุมออนไลน์ หรือการทำงานร่วมกันภายในองค์กร จึงควรตรวจสอบว่าธุรกรรมนั้นเข้าหลักเกณฑ์ของการใช้บริการจากต่างประเทศในประเทศไทยหรือไม่ ก่อนตัดสินใจว่าจะต้องยื่น ภ.พ.36 หรือไม่

แล้วกรณีซื้อ SaaS ต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 ทุกกรณีหรือไม่?

ไม่ควรเหมารวมว่าซื้อ SaaS จากต่างประเทศแล้วต้องยื่น ภ.พ.36 ทุกกรณี เพราะต้องพิจารณารายละเอียดของผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ ประเภทของบริการ และการนำบริการมาใช้ในประเทศไทยประกอบกัน

สำหรับกรณี บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ กรมสรรพากรอธิบายไว้ว่า หากผู้ใช้บริการในประเทศไทยเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และซื้อบริการจาก e-Service ต่างประเทศที่ไม่ได้มาจด VAT ในประเทศไทย ผู้ใช้บริการมีหน้าที่นำส่ง VAT ด้วยแบบ ภ.พ.36 

จุดนี้จึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายบัญชีควรให้ความสำคัญ เพราะคำว่า Software หรือ Subscription ไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นเข้าลักษณะเป็น บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีการใช้บริการในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ให้บริการได้ดำเนินการด้าน VAT ในประเทศไทยไว้แล้วหรือไม่

นอกจากนี้ ใบแจ้งหนี้จากผู้ให้บริการต่างประเทศก็ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี โดย Microsoft เองมีระบบให้ผู้ใช้บริการธุรกิจสามารถดูหรือดาวน์โหลด Invoice ของ Microsoft 365 ได้จาก Microsoft 365 admin center พูดง่าย ๆ คือ อย่าเพิ่งดูแค่ว่าใน Invoice มีคำว่า Tax หรือ VAT หรือไม่ แต่ควรดูโครงสร้างของธุรกรรมทั้งหมดประกอบกัน

ถ้าต้องยื่น ภ.พ.36 ต้องคำนวณจากอะไร และยื่นเมื่อไหร่?

หากเข้าหลักเกณฑ์ที่บริษัทมีหน้าที่นำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6(2) โดยทั่วไปจะต้องนำส่ง VAT ที่เกี่ยวข้องกับค่าบริการให้กรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.พ.36 กรมสรรพากรมีตัวอย่างแนววินิจฉัยกรณีจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศและมีการใช้บริการในประเทศไทย โดยระบุให้ผู้จ่ายเงินนำส่ง VAT ในอัตรา 7% ของค่าบริการ และยื่นแบบ ภ.พ.36 ตามกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง

อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ ช่วงเวลาที่ถือว่าความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่เรื่องที่ควรนำวันที่ออก Invoice มาใช้ตัดสินโดยอัตโนมัติเสมอไป กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่า ในกรณีบริการจากต่างประเทศที่นำมาใช้ในประเทศไทย ความรับผิดอาจเกิดขึ้นเมื่อมีการชำระค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน ดังนั้นฝ่ายบัญชีควรตรวจสอบวันที่ชำระเงินจริงประกอบการยื่นแบบด้วย

สำหรับกำหนดเวลา กรมสรรพากรระบุหลักเกณฑ์สำหรับ ภ.พ.36 ว่าให้ยื่นภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ ทั้งนี้ควรตรวจสอบวิธีและกำหนดเวลาที่ใช้กับธุรกรรมของบริษัทอีกครั้งก่อนยื่นแบบ

ตัวอย่าง

สมมติบริษัทในประเทศไทยสมัครใช้บริการ Microsoft 365 Business จากผู้ให้บริการต่างประเทศ และมีค่าบริการตามรอบ Subscription จากนั้นบริษัทนำ Microsoft 365 มาใช้ในการทำงานของพนักงานในประเทศไทย

สิ่งที่ฝ่ายบัญชีควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ผู้ให้บริการที่ออก Invoice อยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ต่างประเทศ
  • บริการดังกล่าวเป็นบริการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
  • บริษัทผู้ใช้บริการจดทะเบียน VAT ในประเทศไทยหรือไม่
  • มีการนำบริการมาใช้ในประเทศไทยหรือไม่
  • ผู้ให้บริการได้เรียกเก็บหรือดำเนินการ VAT ในประเทศไทยแล้วหรือไม่
  • วันที่ชำระค่าบริการคือวันใด
  • ธุรกรรมดังกล่าวมีหน้าที่นำส่ง VAT ด้วย ภ.พ.36 หรือไม่
อินโฟกราฟิกสรุปแนวทางตรวจสอบภาษีสำหรับบริษัทในประเทศไทยที่ซื้อ Microsoft 365 หรือบริการ SaaS จากผู้ให้บริการต่างประเทศ โดยแสดงตัวอย่างการนำบริการมาใช้ในองค์กร และ 7 ประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ ประเทศของผู้ให้บริการ ประเภทบริการ การจดทะเบียน VAT การใช้บริการในประเทศไทย การเรียกเก็บ VAT วันที่ชำระค่าบริการ และหน้าที่ในการยื่น ภ.พ.36

Microsoft 365, Google Workspace, Adobe หรือ SaaS อื่น ๆ หลักการเหมือนกันไหม?

ในเชิงหลักการ สามารถนำแนวคิดเดียวกันไปใช้พิจารณาบริการ SaaS จากต่างประเทศประเภทอื่นได้ เช่น Google Workspace, Adobe Creative Cloud, Zoom, Canva, Cloud Service หรือ Software Subscription แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริการจะมีภาระภาษีเหมือนกันทั้งหมด สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ใครเป็นผู้ให้บริการ ใครเป็นผู้ใช้บริการ บริการคืออะไร ใช้ที่ไหน และผู้ให้บริการจัดการ VAT ในประเทศไทยอย่างไร ซึ่งเป็นรายละเอียดของแต่ละธุรกรรม

กรมสรรพากรเองก็มีคำสั่งและแนววินิจฉัยที่แยกกรณีบริการจากต่างประเทศที่มีการใช้บริการในประเทศไทยออกจากกรณีที่บริการนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย โดยในกรณีหลัง ผู้จ่ายเงินอาจไม่มีหน้าที่นำส่ง VAT ด้วย ภ.พ.36 

เพราะฉะนั้น หากบริษัทมีค่าใช้บริการจากต่างประเทศหลายรายการ การจัดทำ Tax Mapping หรือการกำหนดประเภทภาษีให้กับค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท จะช่วยให้ฝ่ายบัญชีตรวจสอบได้ง่ายขึ้น เช่น แยก Software Subscription, Cloud Service, Advertising, Consulting หรือบริการออนไลน์ประเภทอื่นออกจากกัน และกำหนดแนวทางด้าน VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้เหมาะสมกับแต่ละรายการ

สรุป

คำตอบคือ อาจต้องยื่น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของธุรกรรม ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นการซื้อ Software จากต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีบริษัทในประเทศไทยซื้อ Microsoft 365 หรือ SaaS จากต่างประเทศ แล้วนำบริการมาใช้ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควรตรวจสอบสถานะ VAT ของบริษัท ประเภทของบริการ ผู้ให้บริการ และการจัดการ VAT ของผู้ให้บริการก่อน สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่ใช้บริการ e-Service จากต่างประเทศและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย กรมสรรพากรระบุว่าผู้ใช้บริการมีหน้าที่นำส่ง VAT ผ่าน ภ.พ.36

ดังนั้น เรื่อง ภ.พ.36 สำหรับบริการต่างประเทศ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรเชื่อมโยงกับการจัดการ VAT, e-Service, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ค่าใช้บริการต่างประเทศ และการบันทึกค่าใช้จ่ายในระบบบัญชี เพราะหากธุรกิจมีการซื้อบริการจากต่างประเทศเป็นประจำ การตรวจสอบและบันทึกภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาเมื่อต้องจัดทำรายงานภาษีและตรวจสอบเอกสารย้อนหลังได้ 

ไม่ว่าจะเป็น ภ.พ.36, VAT, ภาษีจากบริการต่างประเทศ หรือการออกเอกสารทางบัญชีและภาษี การตั้งค่าระบบให้เหมาะตั้งแต่ต้นช่วยลดงาน Manual และทำให้ฝ่ายบัญชีจัดการข้อมูลได้สะดวกขึ้น Odoo By MDSoft รองรับการ Setup ระบบด้านบัญชีและภาษี พร้อมการจัดการ ภ.พ.36 และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของธุรกิจ หากกำลังมองหาระบบ ERP ที่ช่วยจัดการงานบัญชีและภาษีได้เป็นระบบ สามารถปรึกษา MDSoft เพื่อหาแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้


อ้างอิง
กรมสรรพากร – ประมวลรัษฎากร มาตรา 83/6 ,[ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://www.rd.go.th/5207.html
กรมสรรพากร – Q&A e-Service ,[ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2021/09/QAs_e-Service.pdf
กรมสรรพากร – คำสั่ง ป.104/2544 ,[ออนไลน์], เข้าถึงได้จาก https://www.rd.go.th/3549.html
บริการพัฒนา Module OpenERP บริการติดตั้งระบบ OpenERP บริการ Implement ระบบ ERP ด้วย Odoo