ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งาน
 

ค่าธรรมเนียมการออก Statement ย้อนหลัง ของแต่ละธนาคาร

หมายเหตุเกี่ยวกับข้อมูลในบทความ

บทความนี้รวบรวมข้อมูลค่าธรรมเนียม เอกสาร และเงื่อนไขการขอ Statement ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้น ปัจจุบันหลายธนาคารเพิ่มช่องทางขอ e-Statement ผ่าน Mobile Banking และอาจมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม ระยะเวลาย้อนหลัง รวมถึงเอกสารที่ใช้

ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่านแอป เว็บไซต์ทางการ Call Center หรือสาขาของธนาคารอีกครั้ง โดยเฉพาะบัญชีนิติบุคคลและการขอรายการย้อนหลังหลายปี

ในการขอออก Statement ย้อนหลังของธนาคารต่างๆ จะมีค่าธรรมเนียมการออก Statement ย้อนหลัง ซึ่งทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาอาจมีค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขแตกต่างกันตามประเภทบัญชี ระยะเวลาย้อนหลัง และช่องทางที่ใช้บริการ

สำหรับนิติบุคคล บางธนาคารอาจกำหนดให้ขอ Statement ที่สาขาเจ้าของบัญชี หรือต้องใช้บริการธนาคารออนไลน์สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารก่อนเดินทางไปดำเนินการ

กราฟแสดงระยะเวลาในการขอ Statement ย้อนหลัง มีทั้งธนาคารที่จำกัดเวลาและไม่จำกัดเวลา ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2562

กราฟแสดงระยะเวลาในการขอ Statement ย้อนหลังของแต่ละธนาคาร ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ปัจจุบันขอ e-Statement ผ่านแอปได้หรือไม่?

หลายธนาคารรองรับการขอ e-Statement ผ่าน Mobile Banking แล้ว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถขอรายการเดินบัญชีบางช่วงเวลาได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาย้อนหลัง ประเภทไฟล์ และการใช้เป็นเอกสารทางการจะแตกต่างกันตามธนาคาร

หากต้องการข้อมูลย้อนหลังเกินกว่าที่แอปรองรับ ต้องการเอกสารรับรอง หรือเป็นบัญชีนิติบุคคล ควรตรวจสอบกับธนาคารเพิ่มเติม

ค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังตามข้อมูลที่รวบรวมในปี 2562

ธนาคารกรุงเทพ
การขอ Statement ย้อนหลังของบัญชีเงินฝาก มีค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ ดังนี้

  • การขอย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน หรือน้อยกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน 100 บาท
  • การขอย้อนหลังมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 2 ปี 200 บาท
  • การขอย้อนหลังมากกว่า 2 ปี 500 บาท

ธนาคารกรุงไทย
การขอ Statement ย้อนหลังของบัญชีเงินฝาก มีค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ ดังนี้

  • การขอย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน ค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่เกิน 24 เดือน ค่าธรรมเนียม 200 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังมากกว่า 24 เดือน ค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อครั้งต่อบัญชี

ธนาคารกสิกรไทย
การขอ Statement ย้อนหลังของบัญชีเงินฝาก มีค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ ดังนี้

  • การขอย้อนหลังน้อยกว่า 6 เดือน ครั้งละ 100 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังตั้งแต่ 6–24 เดือน ครั้งละ 200 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังมากกว่า 24 เดือน ครั้งละ 500 บาทต่อครั้งต่อบัญชี

ธนาคารไทยพาณิชย์
การขอ Statement ย้อนหลังของบัญชีเงินฝาก มีค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ ดังนี้

  • การขอย้อนหลังน้อยกว่า 6 เดือน ครั้งละ 100 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ครั้งละ 200 บาทต่อครั้งต่อบัญชี

ธนาคารธนชาต
ข้อมูลส่วนนี้เป็นข้อมูลเดิมก่อนการรวมกิจการเป็นธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttb จึงไม่ควรนำไปใช้อ้างอิงเป็นอัตราปัจจุบัน

  • การขอย้อนหลังน้อยกว่า 6 เดือน ครั้งละ 100 บาทต่อครั้งต่อบัญชี
  • การขอย้อนหลังตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ครั้งละ 200 บาทต่อครั้งต่อบัญชี

ธนาคารออมสิน
การขอ Statement ย้อนหลังของบัญชีเงินฝาก มีค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมไว้ ดังนี้

  • คิดเดือนละ 20 บาท ไม่เกิน 6 เดือน รวมสูงสุดไม่เกิน 100 บาท
  • คิดเดือนละ 20 บาท เกิน 6 เดือนแต่ไม่เกิน 24 เดือน รวมสูงสุดไม่เกิน 200 บาท
  • ตั้งแต่ 2–3 ปี ครั้งละ 300 บาท
  • ข้อมูลเดิมระบุว่าสามารถขอย้อนหลังสูงสุดไม่เกิน 4 ปี ครั้งละ 500 บาท

หมายเหตุ: รายการค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นข้อมูลที่รวบรวมไว้เมื่อปี 2562 ไม่ใช่การยืนยันอัตราปัจจุบัน ผู้ใช้ควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมล่าสุดกับธนาคารก่อนใช้บริการ

กราฟเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการขอ Statement

กราฟต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ใช้สำหรับดูข้อมูลย้อนหลังเท่านั้น เงื่อนไขปัจจุบันอาจแตกต่างจากกราฟ

กราฟเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังของแต่ละธนาคาร ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2562
กราฟเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังของแต่ละธนาคาร ตามข้อมูลปี 2562



กราฟแสดงค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังของธนาคารออมสิน ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2562
กราฟแสดงอัตราค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังของธนาคารออมสิน ตามข้อมูลปี 2562

รายละเอียดการขอ Statement ของแต่ละธนาคารตามข้อมูลเดิม

โปรดตรวจสอบก่อนใช้ข้อมูล: ชื่อบริการ แอปพลิเคชัน เอกสาร ระยะเวลาดำเนินการ และเงื่อนไขของสาขาในส่วนต่อไปนี้เป็นข้อมูลที่รวบรวมไว้เมื่อปี 2562 ปัจจุบันอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ธนาคารกรุงเทพ

บัวหลวง ไอแบงก์กิ้งสามารถดูรายการชำระสินเชื่อย้อนหลังได้ถึง 6 เดือน ตามข้อมูลเดิมที่รวบรวมไว้

บุคคลธรรมดา เจ้าของบัญชีสามารถขอได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ยกเว้นบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ หรือ FCD บัญชีประเภทฝากสะสมทรัพย์ บัญชีฝากประจำ และบัญชีกระแสรายวันบางประเภท ซึ่งอาจต้องขอที่สาขาเจ้าของบัญชี

เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน สมุดบัญชีเงินฝาก หรือสมุดเช็คของบัญชีที่ต้องการขอ Statement

นิติบุคคล ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลอาจต้องขอที่สาขาเจ้าของบัญชี

เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล สมุดบัญชีเงินฝาก หรือสมุดเช็คของบัญชีที่ต้องการขอ Statement

การรับ Statement ตามข้อมูลเดิม

  • กรณีขอย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอ อาจได้รับใบเสร็จรับเงินและ Statement ทันที
  • กรณีขอย้อนหลังมากกว่า 6 เดือน อาจใช้เวลาประมาณ 2–5 วันทำการ โดยนำบัตรประชาชนและสำเนาคำขอไปรับ Statement ตามสาขาที่ระบุ

ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีบริการขอ e-Statement ผ่าน Mobile Banking ผู้ใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดจาก เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงไทย

นิติบุคคล เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ ใบมอบอำนาจ รายงานการประชุม สมุดบัญชี และบัตรประชาชน โดยระยะเวลาให้บริการขึ้นอยู่กับสาขา

ข้อมูลเดิมระบุว่าการเรียกดู Statement ผ่าน KTB Netbank ทำได้ย้อนหลังสูงสุด 6 เดือน หากต้องการข้อมูลเกินกว่าช่วงเวลาที่ระบบรองรับ ต้องติดต่อสาขาพร้อมสมุดบัญชีและบัตรประชาชน

ปัจจุบันชื่อบริการและช่องทางออนไลน์ของธนาคารอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบผ่าน Krungthai NEXT หรือบริการสำหรับลูกค้าธุรกิจของธนาคารโดยตรง

ธนาคารกสิกรไทย

ตามข้อมูลเดิม การขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังสามารถดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ Call Center หรือสาขาของธนาคารได้ โดยเงื่อนไขการรับเอกสารขึ้นอยู่กับช่องทางและจำนวนรายการ

นิติบุคคล เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ แบบฟอร์มคำขอ หนังสือรับรองผู้มีอำนาจ และบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจ

ปัจจุบันสามารถตรวจสอบวิธีขอ Statement ผ่าน K PLUS ได้จาก เว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทย ส่วนบัญชีนิติบุคคลควรตรวจสอบบริการ K BIZ หรือช่องทางธุรกิจที่บริษัทใช้งาน

ธนาคารไทยพาณิชย์

ตามข้อมูลเดิม บุคคลธรรมดาสามารถขอรายการเดินบัญชีย้อนหลังผ่าน SCB EASY ได้ ส่วนบัญชีนิติบุคคลอาจมีเงื่อนไขให้ดำเนินการที่สาขาเจ้าของบัญชี

นิติบุคคล เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคลและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ

กรณีสาขาที่เปิดบัญชีปิดให้บริการ ควรติดต่อ Call Center หรือธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อสอบถามสาขาที่รับผิดชอบบัญชีแทน

สามารถตรวจสอบวิธีขอ Statement ผ่าน SCB EASY ได้จาก เว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารธนชาตเดิมและธนาคารทหารไทยธนชาต

รายละเอียดเดิมในบทความเป็นข้อมูลของธนาคารธนชาตก่อนการรวมกิจการ จึงไม่ควรใช้ยืนยันช่องทางหรือค่าธรรมเนียมปัจจุบัน

ข้อมูลเดิมระบุว่าบุคคลธรรมดาใช้สมุดบัญชีและบัตรประชาชนในการขอ Statement ส่วนนิติบุคคลใช้บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจและใบคำขอที่มีลายเซ็นของผู้เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันควรตรวจสอบวิธีขอ Statement ผ่าน ttb touch บริการสำหรับลูกค้าธุรกิจ Call Center หรือสาขาของธนาคารทหารไทยธนชาตโดยตรง

ธนาคารออมสิน

ข้อมูลเดิมระบุว่าสามารถตรวจสอบข้อมูลบัญชีย้อนหลังผ่าน MyMo ได้ แต่ระยะเวลาย้อนหลังและรูปแบบบริการอาจเปลี่ยนแปลงตามเวอร์ชันของแอป

บุคคลธรรมดา เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ สมุดบัญชีและบัตรประจำตัวประชาชน

นิติบุคคล เอกสารที่ใช้ตามข้อมูลเดิม ได้แก่ สมุดบัญชีตัวจริง ใบมอบอำนาจ และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง

สามารถตรวจสอบบริการขอ e-Statement ผ่าน MyMo ได้จาก เว็บไซต์ธนาคารออมสิน

ระยะเวลาในการได้รับ Statement

ระยะเวลาในการได้รับ Statement ขึ้นอยู่กับธนาคาร ช่องทางที่ใช้ ระยะเวลาย้อนหลัง จำนวนรายการ และประเภทเอกสาร หากขอข้อมูลย้อนหลังหลายปีหรือขอเอกสารรับรอง อาจใช้เวลามากกว่าการดาวน์โหลด e-Statement ผ่านแอป

กราฟเปรียบเทียบระยะเวลาในการได้รับ Statement ย้อนหลังของธนาคารต่างๆ ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2562
กราฟเปรียบเทียบระยะเวลาในการได้รับ Statement ย้อนหลัง ตามข้อมูลที่รวบรวมเมื่อปี 2562

สำหรับนิติบุคคล Statement เกี่ยวข้องกับงานบัญชีอย่างไร

นอกจากใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อแล้ว ฝ่ายบัญชียังใช้ Statement เพื่อตรวจสอบรายการรับเงิน จ่ายเงิน ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และยอดคงเหลือของบัญชีธนาคาร รวมถึงใช้ประกอบการปิดบัญชีประจำเดือน

ปัญหาที่ฝ่ายบัญชีมักพบ ได้แก่

  • ต้องดาวน์โหลด Statement จากหลายธนาคารและหลายบัญชี
  • รูปแบบไฟล์ PDF, Excel หรือ CSV ของแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน
  • ต้องจับคู่เงินรับกับ Invoice หรือรายการขายด้วยตนเอง
  • ไม่ทราบว่าเงินที่รับเข้ามาเป็นของลูกค้าหรือเอกสารฉบับใด
  • มีค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยธนาคารที่ยังไม่ได้บันทึกบัญชี
  • มีรายการโอนระหว่างบัญชีที่บันทึกไม่ครบทั้งต้นทางและปลายทาง
  • ยอดในโปรแกรมบัญชีไม่ตรงกับยอดใน Statement
  • มีรายการค้างกระทบยอด ทำให้การปิดบัญชีล่าช้า

กระบวนการนำรายการใน Statement มาเปรียบเทียบกับรายการบัญชีเรียกว่า Bank Reconciliation หรือการกระทบยอดธนาคาร ซึ่งช่วยตรวจสอบว่ารายการในระบบบัญชีตรงกับรายการเคลื่อนไหวของธนาคารหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม: การโอนเงินระหว่างบัญชีใน Odoo และการตรวจสอบเพื่อทำ Bank Reconciliation

ลดงานตรวจ Statement และกระทบยอดธนาคารด้วย MDERP

หากฝ่ายบัญชียังต้องดาวน์โหลด Statement แล้วตรวจสอบกับ Invoice, Bill และรายการรับจ่ายด้วยตนเอง ระบบบัญชีบน MDERP สามารถช่วยเชื่อมโยงบัญชีธนาคาร การรับชำระ การจ่ายชำระ และกระบวนการ Bank Reconciliation ภายในระบบ ERP เดียวกัน

ความสามารถที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • จัดการบัญชีธนาคารหลายบัญชีภายในระบบ
  • เชื่อมรายการรับชำระกับ Invoice
  • เชื่อมรายการจ่ายชำระกับ Vendor Bill
  • ตรวจสอบรายการโอนเงินระหว่างบัญชี
  • บันทึกค่าธรรมเนียมและรายการปรับปรุงทางบัญชี
  • ติดตามรายการที่ยังไม่กระทบยอด
  • ตรวจสอบย้อนกลับจากรายการบัญชีไปยังเอกสารต้นทาง
  • เชื่อมงานบัญชีกับงานขาย จัดซื้อ คลังสินค้า และ POS

ดูระบบบัญชีไทย Odoo Accounting Thailand บน MDERP ดูบริการ Odoo Implementation และ Integration ขอคำปรึกษาจาก MDSoft

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาการนำ Statement เข้าระบบบัญชี

  • จำนวนบริษัท สาขา และบัญชีธนาคาร
  • รายชื่อธนาคารที่บริษัทใช้งาน
  • รูปแบบไฟล์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ เช่น PDF, Excel หรือ CSV
  • จำนวนรายการรับและจ่ายโดยเฉลี่ยต่อเดือน
  • โปรแกรมบัญชีหรือ ERP ที่ใช้งานอยู่
  • วิธีจับคู่เงินรับกับ Invoice ในปัจจุบัน
  • วิธีตรวจสอบรายการจ่ายและค่าธรรมเนียมธนาคาร
  • ปัญหาที่ใช้เวลาตรวจสอบมากที่สุด
ข้อควรระวัง: หากต้องส่งไฟล์ Statement เพื่อประเมินการเชื่อมระบบ ควรปกปิดชื่อ เลขบัญชี ยอดเงิน และข้อมูลธุรกรรมสำคัญก่อนทุกครั้ง ไม่ควรส่งรหัสผ่าน OTP PIN หรือข้อมูลเข้าสู่ระบบธนาคารให้บุคคลอื่น

คำถามที่พบบ่อย

ขอ Statement ผ่านแอปเสียค่าธรรมเนียมหรือไม่

หลายธนาคารเปิดให้ขอ e-Statement ผ่าน Mobile Banking โดยไม่มีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ระยะเวลาย้อนหลังและประเภทบัญชีที่รองรับอาจแตกต่างกัน

หากต้องการ Statement ย้อนหลังหลายปีต้องทำอย่างไร

หากช่วงเวลาที่ต้องการเกินกว่าที่แอปรองรับ ควรติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามช่องทาง ค่าธรรมเนียม เอกสาร และระยะเวลาในการจัดเตรียมข้อมูล

นิติบุคคลขอ Statement ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

โดยทั่วไปอาจต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคล บัตรประชาชนของผู้มีอำนาจ สมุดบัญชี หนังสือมอบอำนาจ และตราประทับบริษัท แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารก่อนดำเนินการ

ไฟล์ Statement สามารถนำเข้าระบบบัญชีหรือ Odoo ได้หรือไม่

สามารถวิเคราะห์และพัฒนารูปแบบการนำเข้าได้ โดยไฟล์ Excel หรือ CSV มักเหมาะกับการนำเข้ามากกว่า PDF แต่ต้องตรวจสอบโครงสร้างข้อมูลของแต่ละธนาคาร รวมถึงวิธีจับคู่รายการกับเอกสารในระบบก่อน

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลค่าธรรมเนียมเดิม ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562
ปรับคำอธิบายและเพิ่มข้อมูลประกอบล่าสุด วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569
โปรดตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารก่อนใช้บริการ