
- ABC Analysis คืออะไร?
- ทำไมธุรกิจจึงควรทำการวิเคราะห์ ABC?
- วิธีแบ่งสินค้า A B C ทำอย่างไร?
- ตัวอย่าง ABC Analysis สินค้าคงคลัง
- ABC Analysis ช่วยบริหาร Stock ได้อย่างไร?
- ABC Analysis ไม่ควรใช้เพียงตัวเดียวในการวิเคราะห์ Stock
- บริหาร Stock ด้วยข้อมูล ไม่ใช่แค่ดูยอดคงเหลือ
- สรุป
- นำข้อมูลไปใช้กับระบบ ERP อย่างไร
- วิดีโอประกอบ
- แหล่งอ้างอิง
การมีสินค้าคงคลังจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกตัวควรได้รับความสำคัญเท่ากัน เพราะสินค้าแต่ละรายการอาจสร้างยอดขาย มูลค่าการใช้ หรือผลกระทบต่อธุรกิจแตกต่างกัน หากใช้วิธีบริหาร Stock แบบเดียวกันทั้งหมด อาจทำให้ทีมงานใช้เวลาไปกับสินค้าที่มีความสำคัญน้อย ขณะที่สินค้าหลักกลับไม่ได้รับการติดตามหรือจัดการตามช่วงอายุสินค้าอย่างเหมาะสม
ABC Analysis จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นว่าสินค้าตัวไหนควรให้ความสำคัญมาก ตัวไหนควรติดตามในระดับปานกลาง และตัวไหนสามารถบริหารด้วยวิธีที่ง่ายขึ้น โดยอาศัยการจัดกลุ่มสินค้าออกเป็น A, B และ C ตามมูลค่าหรือความสำคัญที่กำหนด
ABC Analysis คืออะไร?
ABC Analysis คือ วิธีการวิเคราะห์และจัดกลุ่มสินค้าคงคลังตามระดับความสำคัญ โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สินค้า A, สินค้า B และสินค้า C เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถกำหนดแนวทางในการควบคุมและบริหาร Stock ได้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละกลุ่ม
หลักการสำคัญของ ABC Analysis Inventory คือ ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลสินค้าทุกตัวเท่ากัน แต่ควรให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีมูลค่าหรือส่งผลต่อธุรกิจมากกว่า โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ดังนี้

- สินค้า A – สินค้าที่มีความสำคัญหรือมีมูลค่ารวมสูง แม้จำนวนรายการอาจมีไม่มาก จึงควรได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด
- สินค้า B – สินค้าที่มีความสำคัญในระดับกลาง สามารถใช้วิธีควบคุมที่สมดุลระหว่างสินค้า A และ C
- สินค้า C – สินค้าที่มีมูลค่ารวมต่ำหรือมีผลกระทบต่อธุรกิจน้อยกว่า สามารถใช้วิธีบริหารที่ไม่ซับซ้อนมากนัก
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของสินค้าแต่ละกลุ่มไม่ได้จำเป็นต้องเหมือนกันในทุกธุรกิจ เพราะเกณฑ์การแบ่ง ABC สินค้าคงคลัง สามารถปรับตามลักษณะสินค้าและวัตถุประสงค์ขององค์กรได้
ทำไมธุรกิจจึงควรทำการวิเคราะห์ ABC?
เมื่อธุรกิจมีสินค้าหลายร้อยหรือหลายพันรายการ การตรวจสอบ Stock ทุกตัวด้วยความละเอียดเท่ากันอาจใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก การทำ การวิเคราะห์ ABC ช่วยให้ทีมงานสามารถจัดลำดับความสำคัญของสินค้าได้ชัดเจนขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีสินค้าจำนวน 1,000 SKU แต่มีสินค้าบางกลุ่มที่สร้างมูลค่าการขายหรือการใช้ส่วนใหญ่ของธุรกิจ สินค้าเหล่านั้นควรได้รับการติดตามมากกว่าสินค้าที่มีผลกระทบต่อธุรกิจน้อยกว่า
เมื่อแบ่งสินค้าเป็นกลุ่มแล้ว ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการกำหนดวิธีบริหาร เช่น
- กำหนดระดับการตรวจสอบ Stock
- วางแผนการสั่งซื้อสินค้า
- กำหนดระดับ Safety Stock
- ติดตามสินค้าที่มีมูลค่าสูง
- วางแผนรอบการตรวจนับ Stock
- จัดลำดับความสำคัญในการควบคุม Inventory
- วิเคราะห์ว่าสินค้ากลุ่มใดควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ดังนั้น ABC Analysis ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การแบ่งสินค้าเป็น A, B และ C แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจ บริหารทรัพยากรและความสนใจไปยังสินค้าที่มีความสำคัญได้เหมาะสมมากขึ้น
วิธีแบ่งสินค้า A B C ทำอย่างไร?
ขั้นตอนของ ABC Analysis Inventory สามารถเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลของสินค้าที่ต้องการวิเคราะห์ แล้วกำหนดตัวชี้วัดที่จะใช้จัดกลุ่ม เช่น มูลค่าการใช้งานต่อปี ยอดขาย หรือมูลค่าการใช้สินค้าคงคลังในช่วงเวลาที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น หากใช้ Annual Consumption Value สามารถคำนวณจาก
ปริมาณการใช้ต่อปี × ราคาต่อหน่วย = มูลค่าการใช้ต่อปี
จากนั้นนำสินค้าทั้งหมดมาเรียงลำดับจากมูลค่าสูงไปต่ำ แล้วคำนวณสัดส่วนสะสม เพื่อกำหนดว่าสินค้าใดอยู่ในกลุ่ม A, B หรือ C
ตัวอย่างง่าย ๆ
A สินค้ามูลค่ารวมสูง ควบคุมและติดตามอย่างใกล้ชิด
B สินค้ามูลค่ารวมระดับกลาง ตรวจสอบและควบคุมตามรอบ
C สินค้ามูลค่ารวมต่ำ ใช้วิธีบริหารที่ง่ายและเหมาะสมกับต้นทุน
สิ่งสำคัญคือ เกณฑ์เปอร์เซ็นต์ในการแบ่ง A, B และ C สามารถแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลและนโยบายของแต่ละธุรกิจ จึงไม่ควรยึดตัวเลขเดียวเป็นมาตรฐานสำหรับทุกองค์กร
กำหนดฐานข้อมูลก่อนจัดกลุ่ม: เลือกตัวชี้วัดและช่วงเวลาเดียวกันสำหรับทุก SKU เช่น มูลค่าการใช้ย้อนหลัง 12 เดือน โดยใช้ต้นทุนต่อหน่วยที่สอดคล้องกัน หากเลือกยอดขาย ให้ใช้ยอดขายสุทธิในช่วงเดียวกันและระบุให้ชัด ไม่ปะปนกับมูลค่าสินค้าคงเหลือ ณ วันใดวันหนึ่ง เพราะแต่ละฐานตอบคำถามต่างกัน ตรวจหน่วยนับ รายการคืนสินค้า และข้อมูลขาดหายก่อนคำนวณ พร้อมบันทึกวิธีจัดกลุ่มเมื่อ SKU อยู่ตรงรอยต่อของเปอร์เซ็นต์สะสม
ตัวอย่าง ABC Analysis สินค้าคงคลัง
สมมติว่าบริษัทมีสินค้าหลายรายการ และหลังจากคำนวณมูลค่าการใช้สินค้าต่อปีแล้ว พบว่าสินค้าบางรายการมีมูลค่ารวมสูงมาก แม้จะมีจำนวน SKU ไม่มาก
สินค้ากลุ่มดังกล่าวอาจถูกจัดเป็น กลุ่ม A และบริษัทอาจกำหนดให้มีการตรวจสอบ Stock อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงวางแผนการสั่งซื้ออย่างรอบคอบ
ส่วนสินค้าที่มีมูลค่ารวมรองลงมาอาจอยู่ใน กลุ่ม B และใช้วิธีควบคุมในระดับปานกลาง ขณะที่สินค้าที่มีมูลค่ารวมต่ำกว่าอาจอยู่ใน กลุ่ม C ซึ่งสามารถกำหนดรอบตรวจสอบที่ห่างขึ้นได้ตามความเหมาะสม
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า การจัดกลุ่มไม่ได้หมายความว่า สินค้า C ไม่สำคัญ แต่หมายถึงธุรกิจสามารถเลือกวิธีบริหารที่แตกต่างกันตามระดับความสำคัญและต้นทุนในการควบคุม
ABC Analysis ช่วยบริหาร Stock ได้อย่างไร?

ประโยชน์สำคัญของ ABC Analysis คือช่วยเปลี่ยนข้อมูล Stock จำนวนมากให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้วางแผนได้ง่ายขึ้น แทนที่จะมองสินค้าทั้งหมดเป็นรายการที่มีความสำคัญเท่ากัน ธุรกิจสามารถกำหนดแนวทางบริหารตามแต่ละกลุ่มได้
สินค้า A อาจต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบยอดคงเหลือ การวางแผนสั่งซื้อ และการติดตามความเคลื่อนไหวมากกว่า เพราะความผิดพลาดของสินค้ากลุ่มนี้อาจส่งผลต่อมูลค่าคงคลังหรือธุรกิจในระดับสูง
สินค้า B สามารถใช้วิธีบริหารที่สมดุล โดยติดตามตามรอบและปรับการสั่งซื้อให้เหมาะสมกับความต้องการ
ส่วน สินค้า C สามารถลดความซับซ้อนในการควบคุมได้ หากต้นทุนในการตรวจสอบหรือบริหารสินค้าทุกครั้งสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
แนวทางนี้ช่วยให้ทีมคลังสินค้าและฝ่ายจัดซื้อสามารถจัดสรรเวลาได้เหมาะสมขึ้น และนำข้อมูลไปประกอบการวางแผน Inventory ได้อย่างเป็นระบบ
ABC Analysis ไม่ควรใช้เพียงตัวเดียวในการวิเคราะห์ Stock
แม้ ABC สินค้าคงคลัง จะช่วยจัดลำดับความสำคัญของสินค้าได้ แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจอาจต้องพิจารณาข้อมูลอื่นร่วมด้วย เพราะสินค้าที่มีมูลค่าสูงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสินค้าที่เคลื่อนไหวเร็ว หรือสินค้าที่มีมูลค่าต่ำไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจสามารถนำ ABC Analysis มาพิจารณาร่วมกับ
- Stock Aging เพื่อดูว่าสินค้าค้าง Stock มานานแค่ไหน
- Slow Moving Stock เพื่อดูสินค้าที่เคลื่อนไหวช้า
- Stock Out เพื่อวิเคราะห์ปัญหาสินค้าขาด
- ยอดขายและอัตราการหมุนเวียนสินค้า เพื่อดูพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของสินค้า
- Safety Stock และ Lead Time เพื่อช่วยวางแผนการสั่งซื้อ
แยก ABC, FSN และ Stock Aging ให้ชัด
- ABC จัดความสำคัญตามมูลค่าหรือเกณฑ์ที่เลือก ไม่ได้บอกความเร็วการเคลื่อนไหวโดยตรง
- FSN (Fast, Slow, Non-moving) จัดตามการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่กำหนด ต้องระบุเกณฑ์ความถี่หรือระยะเวลาที่ไม่เคลื่อนไหว
- Stock Aging ดูอายุของสินค้าคงเหลือตามวันที่อ้างอิงที่กำหนด เช่น วันที่รับเข้าของล็อต เทียบกับวันที่ออกรายงาน การโอนคลังไม่ควรทำให้อายุสินค้าเริ่มใหม่โดยไม่ตรวจวิธีนับ
สินค้า A จึงอาจเคลื่อนไหวช้าและค้างนานได้ ส่วนสินค้า C อาจเป็นอะไหล่ที่จำเป็นต่อการผลิต ไม่ควรตัดสินใจลด Stock จากกลุ่ม ABC เพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาความสำคัญต่อการดำเนินงาน Lead Time และความเสี่ยงสินค้าขาดร่วมกัน
การนำข้อมูลหลายด้านมาวิเคราะห์ร่วมกันจะช่วยให้เห็นภาพ Inventory ได้ละเอียดกว่าใช้เกณฑ์เดียว
บริหาร Stock ด้วยข้อมูล ไม่ใช่แค่ดูยอดคงเหลือ
การมี Stock จำนวนมากไม่ได้แปลว่าธุรกิจมีสินค้าพร้อมขายเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาว่าสินค้าที่มีอยู่เป็นสินค้าที่มีความสำคัญหรือไม่ มีการเคลื่อนไหวมากน้อยเพียงใด และมีสินค้าใดที่กำลังเสี่ยงต่อการขาดหรือค้าง Stock
ABC Analysis จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลังได้ง่ายขึ้น เมื่อรู้ว่าสินค้ากลุ่มไหนมีมูลค่าหรือความสำคัญสูง ธุรกิจก็สามารถนำข้อมูลไปกำหนดวิธีควบคุม ตรวจนับ และวางแผนจัดซื้อให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าจำนวนมาก การนำ ABC Analysis Inventory มาเชื่อมกับระบบ ERP จะช่วยให้การวิเคราะห์ไม่จำเป็นต้องพึ่งการรวบรวมข้อมูลด้วยมือทุกครั้ง แต่สามารถนำข้อมูล Stock และการเคลื่อนไหวของสินค้ามาวิเคราะห์ต่อได้อย่างเป็นระบบ ทำให้การบริหาร Inventory มีข้อมูลรองรับและนำไปใช้วางแผนได้สะดวกยิ่งขึ้น
สรุป
ABC Analysis เป็นแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นความสำคัญของสินค้าคงคลังได้ชัดเจนขึ้น โดยแบ่งสินค้าออกเป็นกลุ่ม A, B และ C ตามมูลค่าหรือเกณฑ์ที่ธุรกิจกำหนด เพื่อให้สามารถเลือกวิธีควบคุม ตรวจสอบ และวางแผน Stock ได้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละกลุ่ม การวิเคราะห์ ABC จึงไม่ได้จบเพียงแค่การจัดกลุ่มสินค้า แต่ควรนำข้อมูลไปใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ด้านอื่น เช่น Stock Aging, Slow Moving Stock, Stock Out และการหมุนเวียนสินค้า เพื่อให้เห็นภาพรวมของ Inventory ได้รอบด้านมากขึ้น
นำข้อมูลไปใช้กับระบบ ERP อย่างไร
สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าจำนวนมาก ระบบ ERP ช่วยจัดเก็บข้อมูลสินค้า การรับจ่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นระบบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ABC ควรกำหนดฐานมูลค่า ช่วงเวลา และเกณฑ์กลุ่มร่วมกันระหว่างฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า และผู้บริหาร
MDSoft มีบริการ Implement ระบบ ERP ด้วย Odoo สำหรับประเมินความต้องการและวางระบบให้เหมาะกับกระบวนการธุรกิจ การมีรายงาน ABC, FSN หรือ Stock Aging รูปแบบใดขึ้นอยู่กับรุ่น โมดูล การตั้งค่า และขอบเขตงานที่ตกลง บางกรณีอาจต้องปรับแต่งรายงาน จึงควรตรวจด้วยข้อมูลตัวอย่างก่อนใช้งานจริง ไม่ถือว่าทุกฐานระบบมีรายงานเหมือนกันทั้งหมด
หากต้องการนำผลวิเคราะห์ไปใช้วางแผน Stock สามารถติดต่อ MDSoft เพื่อนัด Demo และประเมินระบบ โดยเตรียมตัวอย่าง SKU ยอดรับจ่าย ต้นทุน ช่วงเวลาที่ต้องการวิเคราะห์ และตัวอย่างรายงานที่ใช้อยู่ เพื่อให้ทีมตรวจความเหมาะสมของข้อมูลและขอบเขตงาน
วิดีโอประกอบเรื่อง ABC Analysis
คลิปบริษัทอธิบายแนวคิด ABC Analysis และการนำข้อมูลสินค้าคงคลังมาใช้ประกอบการบริหาร Stock

แหล่งอ้างอิง
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIP) – ABC Analysis
- Microsoft Learn – Item - ABC Analysis (report) ตัวอย่างรายงานที่ใช้ยอดขายเป็นฐานและกำหนดเกณฑ์แบ่งกลุ่มได้ เป็นตัวอย่างของ Business Central ไม่ใช่หลักฐานว่ามีความสามารถเดียวกันใน MDERP ทุกรุ่น
- ScienceDirect – ABC inventory classification with multiple-criteria


